http://www.thepjamlang.com
  

 หน้าแรก

 รวมวัตถุมงคล

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 Blog

 รูป

ประกาศซื้อขายฟรี

 ติดต่อ

สถิติ

เปิดเว็บ08/08/2008
อัพเดท24/09/2017
ผู้เข้าชม12,393,932
เปิดเพจ16,563,581
สินค้าทั้งหมด3,468

บริการ

หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รูป
ข่าวสารมาอย่างแรง
Blog
แซท
ประมูลวัตถุมงคล
ลงประกาศซื้อขายฟรี
วัตถุมงคลของเรา
วัตถุมงคลแนะนำ
สมัครสมาชิก
สิทธิพิเศษในการสมัครสมาชิก
สมุดเยี่ยม
ตรวจสอบของฝากส่งทางไปรษณีย์
ดาวน์โหลด แผนที่ร้าน
*** แจ้งสถานะการจัดส่งวัตถุมงคลด่วน EMS
*** แจ้งสถานะการสั่งบูชาทางระบบเว็บร้าน
พระสมเด็จ
พระปิดตา
พระเหรียญ
พระเนื้อผง-ดิน-ว่าน
เขี้ยว-งา-กะลา-แกะ
พระตั้งบูชา

สมเด็จพระสังฆราช ๑๙ พระองค์

องค์ที่ ๑ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศรี)

องค์ที่ ๒ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศุข)

องค์ที่ ๓ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (มี)

องค์ที่ ๔ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร)

องค์ที่ ๕ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน)

องค์ที่ ๖ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (นาค)

องค์ที่ ๗ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พระองค์เจ้าวาสุกรี)

องค์ที่ ๘ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (พระองค์เจ้าฤกษ์)

องค์ที่ ๙ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว)

องค์ที่ ๑๐ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ)

องค์ที่ ๑๑ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า (หม่อมเจ้าภุชงค์)

องค์ที่ ๑๒ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว)

องค์ที่ ๑๓ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์)

องค์ที่ ๑๔ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ)

องค์ที่ ๑๕ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถระ)

องค์ที่ ๑๖ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี)

องค์ที่ ๑๗ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร)

องค์ที่ ๑๘ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน)

องค์ที่ ๑๙ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน)

วิธีลำดับ สมณศักดิ์ พระสงฆ์ไทย

ประวัติ วัด-ครูบาอาจารย์

พระธรรมสิทธิมงคล (พ่อท่านฉิ้น โชติโก) วัดเมืองยะลา

พ่อท่านพระมหาอุทัย วิมโล วัดดอนศาลา พัทลุง

หลวงปู่รอด ฐิตฺวิริโย (พระครูสถิตวีรธรรม) วัดสันติกาวาส พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ (พระครูญาณวิลาศ) ยอดเกจิอาจารย์แห่งเมืองเพชรบุรี

หลวงพ่อสุด พระครูสมุทรธรรมสุนทร (สุด สิริธโร) วัดกาหลง เมือง สมุทรสาคร

หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง

พระอาจารย์อำนาจ อาทิตตฺวณฺโณ สำนักสงฆ์เขาสามล้าน ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ ชุมพร

หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม (พระครูวินัยวัชรกิจ) วัดตาลกง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป วัดป่าปทีปปุญญาราม อำเภอ อากาศอำนวย สกลนคร

พระพุทธวิริยากร (หลวงพ่อตัด ปวโร ) วัดชายนา อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

หลวงพ่อเพี้ยน อคฺคธมฺโม วัดเกริ่นกฐิน ต.บ้านชี อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

พระอาจารย์สมชาย ฐิตธมฺโม (พระครูสุวรรณธรรมาภิมณฑ์็) เจ้าอาวาส วัดไผ่แปลกแม่ จังหวัดสุพรรณบุรี

พระอาจารย์มานะ กตปุญโญ วัดเทพคีรีวงศาราม (เขาชานหมาก) ต.จระเข้สามพัน อู่ทอง สุพรรณบุรี

ครูบาสุบิน สุเมธโส พระผู้ขมังเวทย์แห่งแผ่นดินล้านนา ด้วยมนตราอันศักดิ์สิทธิ์

หลวงพ่อวีระ จนฺทธมฺโม เจ้าอาวาส วัดสมอลม เมือง สุพรรณบุรี

หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คัมภีโร (พระครูกาญจนกิจจาทร) อดีตเจ้าอาวาส วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี

พระครูนันทเจติยาภิบาล (ครูบาโต) วัดพระธาตุสุนันทา เชียงใหม่

พระครูอุทัยธรรมสาคร (หลวงพ่อมาลัย) วัดบางหญ้าแพรก พระอาจารย์ของตี๋ใหญ่

พระอธิการอดิเรก อุปคุตฺโต (พระอาจารย์ หนึ่ง) วัดท่าโขลง ลพบุรี

พระครูสิทธิกาญจนกิจ (พระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณ) วัดถ้ำแฝด ท่าม่วง กาญจนบุรี

งานบุญต่างๆ และพิธีกรรม

พระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณ สาวน้ำตาเทียนสะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าเคราะห์กรรม ล้างอาถรรพณ์

ขอเชิญร่วมพิธีฉลองสมณศักดิ์-พัดยศ พระครูสิทธิกาญจนกิจ วัดถ้ำแฝด ท่าม่วง กาญจนบุรี

ขอเชิญท่านสาธุชนโครงการ "ไผ่ต่างปล้อง สำรองบุญ เกื้อหนุนพระศาสนา" วัดมโนธรรมาราม (นางโน)

ขอเชิญร่วมเททองหล่อพระสมเด็จองค์ปฐม ณ วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ เมือง สมุทรสาคร

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี สร้างวิหารพระศรีอริยะเมตตรัย ณ วัดถ้ำแฝด อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ขอเชิญทุกท่านร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี ณ.วัดท่าโขลง ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

ภาพพิธีปลุกเสก กุมารทองพรายขวัญใจ ณ.วัดท่าเจริญ บางปลาม้า สุพรรณบุรี

ขอเชิญร่วมพิธีบูชาครู ประจำปี 2553 ณ วัดมโนธรรมาราม (นางโน) ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ขอเชิญร่วมทำบุญ ลอดโบสถ์ พระประธาน 5 องค์ ใหญ่ ณ วัดสมอลม อำเภอเมือง สุพรรณบุรี

งานพิธีไหว้ครู-ครอบครู วัดสมอลม เมือง สุพรรณบุรี ปี 2555

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษจิกายน 2558 ณ วัดหนองขุม สุพรรณบุรี

ตำนาน พุทธภูมิ-พระโพธิสัตว์

หลักธรรมนำชีวิต

วัตถุธาตุ สิ่งเร้นลับ

ประวัติแห่ง อนุพุทธ

เกี่ยวกับ องค์พระพิฆเนศ

ทำนายทายทัก

วันเกิดสื่อถึงวิญญาณ

เคล็ดลับการเสริมดวงของคุณ

วันเกิดถูกควบคุมโดยเทพองค์ใดบ้าง

คนที่เกิดในแต่ละเดือน มีอวัยวะที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

เลือกเดือนเกิดของคุณได้เลย..........เม่นมาก

อัญมณีเสริมชีวิต

อาชีพตามธาตุ

เลือกของใส่บาตรตามวันเกิดของคุณ

ปัจจัยทางฮวงจุ้ยที่ทำให้ธุรกิจการงาน และการเงิน ประสพปัญหา

คำขอขมาลาโทษทั้ง ๓๑ ภูมิ

ราศีของเรา มีผลต่อน้ำหนักตัว จริงหรือไม่ ??

ฮวงจุ้ยกระตุ้นความรัก (หนุ่มๆ สาวๆ ห้ามพลาด)

ทำนายตามวัดเกิด...แม่นแบบไม่น่าเชื่อ..???

ทำทรงผมใหม่ เสริมดวงชะตา ตามวันเกิด

เลขตัวสุดท้ายในบัตรประจำตัวประชาชนของทุกคน สามารถบอกได้ว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง ?

ทายนิสัยจากอาหารเส้น (เส้นก๋วยเตี๋ยว)

ดูดวง ปี 2553 (12 ปีนักษัตร)

การทำบุญไหว้พระบูชาเทพตามปีเกิด 12 นักษัตร

ดูดวง ปี 2555 (12 ปีนักษัตร)

9 ข้อห้าม ที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีน

ดูดวง ปี 2556 (12 ปีนักษัตร)

ที่มาของพญานาค

เอก เทพ จำแลง

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

ตำนาน โคตรเหล็กไหล วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี

ตำนาน โคตรเหล็กไหล วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี

โคตรเหล็กไหล

โคตรเหล็กไหลนี้ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ได้มีโอกาสพบภายในถ้ำแห่งหนึ่งในเขตกาญจนบุรี ด้วยความที่เป็นผู้มีชื่อเสียงในด้านเกี่ยวกับ เหล็กไหลจึงมักมีชาวบ้านหรือพรานป่ามาเล่าเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เชื่อว่าน่าจะเป็น เหล็กไหลให้ฟังอยู่เสมอ บางครั้งก็ได้มีโอกาสพบเห็น แต่ไม่มีวาสนาได้มา บางครั้งก็ไม่มีโอกาสได้พบเลย นอกจากเล่าขานกันมาเป็นตำนาน พอมีใครเอาอะไรมาให้ดูแล้วบอกว่าเป็น เหล็กไหล ก็คิดว่าเป็นจริงเป็นจังก็มี เพราะความที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนนั่นเอง

เมื่อปี พ.. 2510 ก่อนเข้าพรรษาประมาณ 2 เดือน ได้มีพรานป่าจากเขตศรีสวัสดิ์ ใกล้กับทางท่ากระดาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนอิสานมาจับจองทำไร่อยู่ มาเล่าให้หลวงพ่อสัมฤทธิ์ฟังถึงเรื่องราวพิสดารบนถ้ำแห่งหนึ่ง ใกล้เขตแดนพม่าว่า เคยพบถ้ำแห่งหนึ่งอยู่บนเขาสูง อากาศค่อนข้างเย็น มีเมฆปกคลุมเกือบตลอดปี ได้เคยพยามจะเข้าไปสำรวจที่ถ้ำแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าจะมีงู ตัวยาวสีดำและขาวคู่หนึ่งเลื้อยขวางลำอยู่ หน้าถ้ำเป็นประจำ จนไม่กล้าผ่านเข้าไป น่าจะมีความลับที่ สำคัญบางอย่างอยู่ภายในถ้ำ อาจเป็นสมบัติหรือของศักดิ์สิทธิ์อย่างใดอย่างหนึ่ง จึงอยากนิมนต์หลวงพ่อไปพิจารณาให้หน่อย

              หลวงพ่อท่านก็เลยตัดสินใจที่จะไปสำรวจกัน พอไปถึงที่ถ้ำแห่งนั้นก็พบความจริงตามที่ พรานป่ามาเล่าให้ฟัง คือมีงูตัวยาวประมาณ 2 เมตรเศษคู่หนึ่งคล้ายเฝ้าปากถ้ำอยู่ ท่านจึงได้จัดเตรียมพานดอกไม้ธูปเทียน เครื่องบวงสรวงพลีกรรม ที่ได้จัดเตรียมไว้แล้วบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา เจ้าถ้ำเจ้าหนอง ที่ปกปักรักษาสถานที่ เพื่อทำพิธี เปิดถ้ำ

              หลังจากทำพิธีกรรมบวงสรวงเสร็จแล้ว รอจนธูปที่ปักไว้มอดเกือบหมด จึงได้เริ่มเคลื่อนที่ เข้าสู่ปากถ้ำ สายตาก็สอดส่ายด้วยความระแวงภัย แต่ก็ไม่ปรากฏงูดังกล่าวแสดงตนออกมาให้พบเห็น ท่านจึงเชื่อว่าคงจะเป็นงูลมเสียมากกว่าที่ทำภาพมายาหลอนผู้ที่จิตไม่บริสุทธิ์ไม่ให้กล้ำกรายเข้าไปในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

              ภายในถ้ำเป็นทางเดินทอดยาวลึกและมืดพอสมควร ต้องอาศัยเทียนใหญ่และไฟฉายส่องนำทาง พอเดินเข้ามาได้ 50 เมตรเศษ พบเป็นทางสามแพร่ง ก็เลยตัดสินใจเสี่ยงทายอธิษฐานจิตเข้าไปทางขวามือก่อน พอเดินไปได้ 5 นาทีพบทางตีบลง แต่มีโพรงใหญ่พอมุดเข้าไปได้ไม่ไกล พบเป็นห้องโถงใหญ่บรรจุคนได้เป็นร้อย เพดานถ้ำสูงแต่ทึบ เหมือนเป็นถ้ำใหญ่ภายในภูเขา แต่อากาศเย็นสบาย แสดงว่ามีช่องถ่ายเทอากาศติดต่อภายนอก

              จึงได้ใช้เทียนชูสูงขึ้นเพื่ออาศัยแสงสว่างมองทัศนียภาพโดยรอบถ้ำ ก็เหมือนกับถ้ำทั่วไป แต่ฉับพลันหลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้สัมผัสเห็นแสงสว่างแวววาวยามสะท้อนกับแสงไฟ ก็นึกสงสัยจนต้องขอไฟส่องใกล้ ๆ ก้อนหินเหล่านั้น กลับพบว่าตามผนังถ้ำ พื้นถ้ำ เพดานถ้ำ บางแห่งมีหินสีดำสนิทมันวาวโดยธรรมชาติขึ้นแทรกปนอยู่กับหินธรรมดามีลักษณะการงอกที่ แปลกพิสดาร ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน รู้สึกสวยงามดื่มด่ำ จนอดตื่นเต้นไม่ได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ระยะเวลาที่ผ่านไปนานมาก หลวงพ่อจำรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่นี้ไม่ได้แล้ว เพราะตอนไปนั้นมีผู้นำทางไป แต่ปัจจุบันบุคคลเหล่านี้เสียชีวิตไปนานแล้ว

โคตรเหล็กไหลแหล่งใหม่

               หลวงพ่อได้ค้นพบโคตรเหล็กไหลชนิดเดียวกันนี้ที่บริเวณ "เขาอึมครึม" อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี บริเวณเขาอึมครึมแห่งนี้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขายาว อากาศเย็นและมีหมอกปกคลุมอยู่โดยตลอดทั้งปี จึงเป็นที่มาของชื่อ "เขาอึมครึม" กล่าวกันว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ค้นพบถ้ำแห่งนี้ และได้นำเอาแร่เหล่านี้มาถลุงเป็นโลหะเพื่อใช้ประโยชน์ในกองทัพ

ชาวบ้านแถบนี้เชื่อว่า ผู้ใดได้บูชาโคตรเหล็กไหลเขาอึมครึมไว้กับบ้านแล้ว จะประสพแต่ความร่มเย็นเป็นสุข เหมือนเขตขุนเขาแห่งนี้ที่มีความเย็นตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์สามารถป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ ได้ มีอำนาจทางคงพระพันหนังเหนียว ปลอดภัยจากอาวุธของมีคม และยังมีคุณสมบัติพิเศษพกติดตัว ในทางป้องกันสัตว์เขี้ยวงาต่าง ๆ รวมทั้งอสรพิษด้วย หรือหากใครถูกสัตว์เขี้ยวงากัดเอา เช่นตะขาบ แมงป่องขบกัดเอา ท่านให้ใช้แร่โคตรเหล็กไหลทำการดูดพิษได้ โดยเอาตัวแร่มาแนบปิดไว้ที่แผลเพียงไม่นานอากรปวดก็จะบรรเทา

ลักษณะของโคตรเหล็กไหล

เหตุที่เรียกว่า โคตรเหล็กไหล เพราะมีลักษณะการเกิดที่พิสดาร เนื้อเดิม ๆ ก็ เหมือนกับก้อนหินทั่วไป แต่พื้นผิวกับงอกขึ้นมาเองเป็นผิวมันสีดำสนิท เม็ดเล็กตั้งแต่ ขนาดเท่าปลายเข็ม ไข่ ปลาดุก เม็ดถั่วลิสง เม็ดพุดทรา เกาะกันเป็นกลุ่มก้อน หนาบ้างบางบ้าง บางแห่งเหมือนการหยดหรือไหลย้อย ทำให้นึกถึงเหล็กไหลที่เราเคยได้ยินกันว่า สามารถเคลื่อนที่ไปตามพื้นถ้ำ ผนังถ้ำ ตามรอยแยกรอยแตกของส่วนต่าง ๆ ภายในถ้ำ

แต่ที่มันแปลกมากก็คือ พื้นเดิมของมันเป็นหินแน่นอน แต่พองอกออกมากลับกลายเป็นเนื้อแกร่งคล้ายเหล็ก ถ้าไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ทึกทักเอาว่าเป็นเนื้อโลหะ ธรรมชาติสร้างได้พิสดาร จึงน่าจะมีความพิสดารอื่นที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างแน่นอน ควรที่จะได้ทำการศึกษาให้ละเอียดต่อไป

              หลวงพ่อจึงได้ให้ผู้ที่ติดตาม หาค้อนขนาด 8 ปอนด์มาทุบที่ผนังหิน ปรากฏว่าแข็งมากไม่ยอมหลุดออกมา ต้องใช้วิธีสกัดก้อนหิน ที่เป็นโคตรเหล็กไหลนี้ออกมาทั้งก้อน แล้วจึงนำมาสกัดเนื้อหินออกคัดเฉพาะตัวโคตรเหล็กไหลออกมา ซึ่งมีหลายรูปทรงตามธรรมชาติ แต่พอหลุดออกจากผนังหินออกมากับไม่แข็งมากเท่าที่คิด เอากระดาษทรายขัดออก

เหล็กไหลโคตรทรหด

               หลวงพ่อได้กล่าวต่อไปว่า ธรรมชาติของโคตรเหล็กไหลนั้นมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ชั้นสุดยอดนั้นสามารถทำการลนเอาตัวยอดเหล็กออกมาได้และยอดเหล็กที่ย้อยออกมานั้นก็คือ เหล็กไหลน้ำหนึ่งตามธรรมชาติที่เคยเล่าขานกันมานาน บางทีก็เรียกขานกันว่า "ยอดทรหด" หรือ "โคตรทรหด" ก็มี เพราะย่อมหมายถึงสุดยอดของเหล็กไหลน้ำดีชั้นยอดที่เกิดจากโคตรเหล็กไหลนั่นเอง

               โคตรเหล็กไหลหรือโคตรทรหดนี้มีลักษณะที่ค่อนข้างพิเศษที่สังเกตได้ง่ายคือ มีลักษณะรวมตัวกันเป็นมัด ๆ คล้ายกล้ามเนื้อคน ผิวลื่นมันระยับ มีหลายสีด้วยกัน บางชนิดสีดำสนิทดุจนิล เขียวอมดำก็มี บางทีจะพบเห็นเป็นเหลือบลายสีรุ้ง เหลือบสีเขียวปีกแมลงทับ ยิ่งโดนแสงแดดจัด ๆ กระทบเข้าด้วยแล้ว จะยิ่งทอแสงเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มองแล้วชวนให้ลุ่มหลงไม่น้อยทีเดียว

เหล็กไหลงอก

นอกจากเหล็กไหลโคตรทรหดแล้ว ยังมีโคตรเหล็กไหลชั้นยอดอีกประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากเช่นกัน เรียกกันว่า "เหล็กไหลงอก" โคตรเหล็กไหล"ประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นเม็ด ๆ คล้ายไข่ปลาดุก หรือ เกล็ดปลากระดี่ บางครั้งหากงอกเพิ่มขึ้นมามาก ๆ ก็จะรวมตัวกันคล้ายรวงผึ้งหรือไข่ปลาดุกเกาะติดกันเป็นแพ จึงเป็นเผ่าพันธ์ของเหล็กไหลที่มีความแปลกไปอีกอย่างหนึ่ง


โคตรเหล็กไหลงอก

โคตรเหล็กไหลทุกประเภท สามารถที่จะ "งอก" ขึ้นมาเองได้โดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นก้อนใหญ่ หรือก้อนเล็กก็ตาม แม้แต่ก้อนขนาดเล็กที่นำมาเลี่ยมแขวนติดตัว ก็งอกขึ้นมาเองจนกรอบพลาสติกแตก หรือต้องคอยเปลี่ยนกรอบอยู่เสมอ เพราะจากตุ่มเพียงปลายเข็มก็อาจจะโตใหญ่ขึ้นมาเท่ากับเม็ดถั่วลิสงได้โดยใช้เวลาไม่นาน  เพียงแต่การงอกนั้นจะช้าหรือเร็วก็ย่อมขึ้นอยู่กับบุคคลและสถานที่ด้วย

สำหรับผู้หมั่นบำเพ็ญเพียรทางจิตที่แผ่พลังเมตตาถึงโคตรเหล็กไหลอยู่เสมอหรือเป็นประจำ จะพบว่าการงอกหรือโตนั้นจะเร็วมาก แต่ถึงจะทิ้งไว้บนหิ้งหรือเก็บไว้เฉย ๆ มันก็คงจะงอกเองโดยธรรมชาติอยู่ดี เพียงแต่ช้าหน่อยเท่านั้น ซึ่งย่อมแสดงว่าเหมือนเป็นสิ่งมีชิวิตเผ่าพันธ์หนึ่งที่สามารถเจริญเติบโตได้

                 เรื่องของเหล็กไหลจึงเป็นเรื่องของ อจินไตยที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้ จึงไม่ควรนำไปขบคิดจนมากเกินไป เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาพร้อมกับโลกใบนี้มานานแสนนาน ขณะที่ชีวิตมนุษย์สั้นเพียงไม่เกิน 100 ปี ไหนเลยจะสามารถศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองได้ แม้จะไม่สามารถพิสูจน์ให้เป็นรูปธรรมได้ แต่ก็ไม่ควรถึงกับปฏิเสธเสียทีเดียว ต้องเข้าใจว่าของจริงก็ย่อมมี ของเทียมก็ย่อมเกิดขึ้นได้เช่นกัน สิ่งไรแท้สิ่งใดเทียม มีซักกี่คนที่เคยพบเห็นหรือมีความรู้ความเข้าใจ เพียงแต่ฟังเขาเล่าว่าหรือกล่าวขานกันมาตามตำนานเท่านั้น เว้นแต่ผู้มีอภิญญาจิต จึงจะเข้าใจ เพราะพลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่อาจวัดได้ด้วเครื่องมือทางเทคโนโลยี่ได้นั่นเอง

สีสันของโคตรเหล็กไหล

1.       สีดำเหมือนนิล

2.       สีเทาดำ

3.       สีเขียวอมดำ

4.       สีเขียวปีกแมลงทับ

5.       สีรุ้ง 7 สี

              โคตรเหล็กไหลเหล่านี้ หากนำมาขัดด้วยกระดาษทรายจะปรากฏสีที่แปลกดังนี้

1.       สีแดงอย่างอิฐมอญ

2.       สีเหลือง หาได้ยากกว่าสีแดง

3.       สีดำ ล้างออกยากกว่าสีแดงและสีเหลือง

              โคตรเหล็กไหลนี้มิใช่จะเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนไทยเท่านั้น พระเกจิอาจารย์ทางฝั่งพม่าก็มีความรอบรู้เกี่ยวกับโคตรเหล็กไหลนี้ได้ดีเหมือนกัน เล่ากันว่าทางชายแดนพม่านั้นนิยมเอาโคตรเหล็กไหลนี้แช่ไว้ในขวดน้ำผึ้ง ผสมกับตัวยาสมุนไพรบางอย่าง ฝานมะนาวเป็นแว่นลงไป สามารถนำไปใช้รักษาโรคได้หลายชนิด

               ครูบาอาจารย์บางท่านก็นำไปแช่ทำน้ำมนต์ ด้วยการกำหนดจิตเพ่งกสิณอภิญญา เพื่อให้อานุภาพของโคตรเหล็กไหลแผ่พลังออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อทำน้ำเปล่า ๆ นี้เป็นน้ำทิพย์มนต์เหล็กไหลที่เต็มไปด้วยประจุพลังเหล็กไหล ใช้ได้สารพัดประโยชน์รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บด้วยเช่นกัน

โคตรเหล็กไหลกับพระเกจิ

1

หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ พระเกจิอาจารย์แห่งแดนทักษิณ ได้เคยพบกับหลวงพ่อสัมฤทธิ์ และนำเอาโคตรเหล็กไหลที่ท่านได้มา ให้หลวงพ่อสัมฤทธิ์ทำพิธีฝังให้ที่ ท้องแขน นัยว่าเพื่อใช้ป้องกันพิษ เพราะสมัยก่อนที่หลวงพ่อจำเนียรได้ไปบุกเบิกพัฒนา วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่นั้น ท่านถูกชาวบ้านบางกลุ่มพยายามกลั่นแกล้งและทำร้ายท่าน จึงจำเป็นต้องมีของดีคุ้มกันภัยและให้ข้อสังเกตุเกี่ยวกับเรื่องโคตรเหล็กไหลไว้ดังนี้

 

1.   

บริเวณที่มีโคตรเหล็กไหลโพล่ออกมานั้น สีสันจะสะดุดตาแตกต่างจากหินบริเวณนั้น

 

2.   

บริเวณนั้นจะมีงูพิษชุกชุม ผู้ใดมีโคตรเหล็กไหลพกติดตัวไว้ งูจะไม่กล้ากัด

 

3.   

ขุนพันธรักษ์ราชเดช เคยเล่าให้หลวงพ่อจำเนียรฟังว่า ท่านเคยใช้สายสืบใสยาพิษลงในเหล้าให้โจรร้ายที่มีค่าหัวสูงไม่ว่าจับเป็นหรือตาย แต่โจรกับไม่เป็นไร ยิงก็ไม่เข้า จึงใช้วิธีใหม่ มอมเหล้าให้เมาจนหลับ แล้วจับเป็น เอามีดเชือดคอก็ไม่เข้า จึงจับกดน้ำตาย ผ่าศพดูมันฝังโคตรเหล็กไหลไว้ที่ แขน

 

4.    

 หลวงพ่อได้เคยพบผู้ที่มีโคตรเหล็กไหล ถูกสุนัขดุ ๆ งับเอา แต่ไม่เข้า

 

2

หลวงพ่อสมชาย ฐิตวิริโย วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี ท่านได้นำเอาสิ่งที่เหมือนกับโคตรเหล็กไหลที่ ท่านได้มาจาก เกาะล้านบางทีก็เรียกว่า แร่เกาะล้านแจกให้ศิษยานุศิษย์ผู้ที่เลื่อมใสไว้ป้องกันตัว

 

อานุภาพของโคตรเหล็กไหล

1.       มหาอุด

2.       คงกระพัน

3.       เมตตามหานิยม

4.       โชคลาภ

5.       กันพิษสัตว์เขี้ยวงา

พระเกจิอาจารย์ที่มีความรู้ในเรื่อง เหล็กไหล ต่างก็ทราบกันดีว่า เหล็กไหลทุกชนิด จะเด่นทางด้าน มหาอุด แคล้วคลาด คงกระพัน ดังนั้นโคตรเหล็กไหลก็เฉกเช่นกัน จัดเป็นธาตุกายสิทธิ์ธรรมชาติ ที่ให้ผลปรากฏแก่ผู้พบเห็นมากมาย เพียงแต่ยังไม่มีใครได้ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรให้เราได้ศึกษากันเท่านั้น

ฟันไม่เข้า

               เมื่อเดือน พฤษภาคม 43 ขณะกลุ่มหนุ่มสาวคณะวงดนตรี รับงานแสดงในงานอุปสมบท ณ วัดหนองเฒ่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี กลางคืนก็มีงานฉลอง ทำขวัญนาค เลี้ยงแขก บนเวทีก็มีวงดนตรี หางเครื่องสาว ๆ แสดงอยู่ ตกดึกแขกในงานบางคนเริ่มเมามายได้ที่ ก็เริ่มแทะโลมหางเครื่องสาว ขึ้นไปบนเวทีพยามจะลวนลามและเต้นรำ พอนักดนตรีเห็นเข้า ก็พยายามพูดจาขอร้องให้ลงไปนั่งชมการแสดงอย่างเดียว ก็มีการกระทบกระทั่งพอหอมปากหอมคอ สมัครพรรคพวกก็มารั้งเอาตัวกลับไป

              พอตอนสายถึงเวลาแห่นาค นักดนตรีและหางเครื่องก็แปรสภาพเป็นแตรวง นำนาคแห่รอบโบสถ์ ฉบับพลันคู่อริในงานเมื่อคืน มาจากไหนก็ไม่รู้ ถือดาบปลายปืนคมวับวิ่งไล่ฟันแตรวงจนกระเจิดกระเจิง รวมทั้งสาวน้อยหางเครื่องต้นเหตุ นักดนตรีที่เข้าห้ามบนเวทีอีก 3 คน

..ปนัดดา อยู่คง(กุ้ง) บ้านเลขที่ 89/1 หมู่ 1.หนองรี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี หางเครื่องสาวถูกฟันยาวที่คอ และหลัง นักดนตรีก็ถูกฟันคนละ2-3 แห่งทั่วกัน ผลก็คือนักดนตรีหนุ่มคนหนึ่งถูกฟันสองแผล แผลลึกน่ากลัว หมอต้องเย็บแผลถึง 2 ชั้น ส่วนหางเครื่องสาวกับอีก 2 นักดนตรี เสื้อที่ใส่ถูกฟันใส่ขาดเป็นแผลยาว แต่ไม่ปรากฏบาดแผล เป็นรอยช้ำแดงเฉย ๆ

              หลายคนเมื่อหายตกตลึง ได้เข้าจับกุมคนร้าย และยำกันพอสมควร เข้ามาสอบถามขอดูแผลที่ถูกฟันแต่ไม่เข้า ปรากฏว่า ทั้ง 3 คน ใส่สร้อยคอที่ทำมาจาก โคตรเหล็กไหลส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสไม่มีสร้อยเหล็กไหลใส่

              เนื่องจากชาวบ้านเหล่านี้รู้จักสรรพคุณของ โคตรเหล็กไหลนี้ดี บางคนขี่รถจักรยานยนต์ไปปะทะกับรถอื่น  รถเสียหายยับเยิน ตัวกระเด็นลอยไป กลับบาดเจ็บแค่นิดหน่อย บางคนก็ใช้ในการถอนพิษสัตว์เขี้ยวงา

โคตรเหล็กไหลที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ

หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ได้เคยให้ลูกศิษย์นำเอา โคตรเหล็กไหลก้อนใหญ่สีสวยงาม เงาวับเป็นชั้น ๆ คล้ายเห็ดที่งอกเป็นกอมอบให้แก่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ เพื่อตั้งแสดงให้แก่ อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้ากัน

ดังนั้นผู้สนใจอาจเข้าชมได้ตามวันเวลาที่กำหนด หรือ ชมโคตรเหล็กไหลชนิดเดียวกันนี้ได้ ที่พิพิธภัณฑ์เหล็กไหลวัดถ้ำแฝด ซึ่งเป็นศูนย์รวมของ ธาตุกายสิทธิ์ชนิดต่าง ๆ ที่หาได้ยาก บางอย่างจะมีชมได้ที่วัดถ้ำแฝดเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ปริศนาของเหล็กไหล

                   เมื่อเราได้มีโอกาสศึกษา ตำนานเหล็กไหลของวัดถ้ำแฝด ซึ่งถ่ายทอดมาจากความทรงจำของพระเดชพระคุณ หลวงพ่อสัมฤทธิ์”  ผู้เป็นปรมาจารย์ผู้ลือเลื่องในเรื่องราวของธาตุกายสิทธิ์ที่พิสดารแล้ว ก็คงสรุปได้ว่า เหล็กไหลที่แท้จริงถึงขั้นยืดได้หดได้นั้นมีน้อยมาก และหาได้ด้วยความยากลำบาก เพราะไม่ ใช่เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากเกจิอาจารย์ผู้สำเร็จไตรเพท หรือฤาษีดาบสผู้สำเร็จฌาณสมาบัติ โดยท่านเหล่านั้นต้องการทดสอบความรู้ที่ได้เล่าเรียนมา

หลวงปู่สุภา  กันตสีโล อายุ 101 ปี วัดเขารัง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ลูกศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า .ชัยนาท ผู้ทรงภูมิความรู้และเชียวชาญในเรื่องธาตุ ได้เคยสนทนากับหลวงพ่อสัมฤทธิ์ ในคราวที่ไปร่วมงานพุทธาภิเษก ณ วัดฉลอง จ.ภูเก็ต ถึงเรื่องราวของเหล็กไหล และที่วัดของท่านก็มี เหล็กไหลสีเขียวปีกแมลงทับให้ผู้ศรัทธาได้บูชาอยู่เหมือนกัน

นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยถึง ตำราการสร้างเหล็กไหลจากอำนาจของฌาณ โดยการจัดหาวัสดุ ต่าง ๆ มาผสมกัน เมื่อผสมครบถ้วนแล้วก็ใช้  ธาตุไฟชาร์จจนวัสดุนั้นเริ่มแข็งเป็นหิน แล้วทำการชาร์จไปทุกวันจนกว่าวัตถุธาตุนั้นเปลี่ยนเป็นสีปีกแมลงทับที่เรียกกันว่า เหล็กไหล

                   วัสดุที่จะนำมาทำพิธีจัดสร้างเหล็กไหลนั้น ประกอบไปด้วย ไพลดำ ขมิ้นขาว แม่ผึ้ง 49 ตัว เมื่อสร้างสำเร็จแล้ว เพียงเทน้ำผึ้งใส่จานแล้วจับท่อนเหล็กไหลให้มั่นคง เหล็กไหลนั้นก็จะย้อยลงมากินน้ำผึ้ง เมื่ออิ่มแล้วก็จะหดตัวกลับมาเอง หลวงปู่สุภาได้กล่าวกับหลวงพ่อสัมฤทธิ์ว่า เหล็กไหลของวัดถ้ำแฝดสามารถนำมาดัดแปลงให้เป็นเหล็กไหลแท้ ๆ ได้

ตำราการสร้างเหล็กไหล

                   ตามตำรากล่าวว่าเมื่อได้วัสดุมาครบแล้ว ให้นำมาบดให้ละเอียดแล้วผสมน้ำผึ้ง นำไปแช่เหล็กไหลวัดถ้ำแฝด เพื่อดัดแปลงให้เป็นเหล็กไหลตัวผู้หรือตัวเมียตามตำราลับ แล้วทำพิธีสวดบรรจุไปจนกว่าเหล็กไหลจะเปลี่ยนสีจากสีดำกลายเป็นสีดำอมเขียว บังเกิดเป็นเหล็กไหลแท้ ๆ ที่ทุกคนปรารถนาอยากจะได้ และไม่มีผู้ไดสามารถมาทำลายเหล็กไหลนี้ได้ แม้แต่ผู้จัดสร้างเองก็ตาม การจะทำให้เหล็กไหลกลับสภาพเดิมต้องรู้วิธีแยกตัวผู้ตัวเมียออกจากกันด้วยพลังจิตชั้นสูง ถ้าพลังจิตสูงไม่พอก็ไม่สามารถจะแยกได้ ถึงแม้จะมีพลังจิตมากแยกได้ก็ มีผลไม่เกิน 1 เดือน เหล็กไหลก็จะกลับสภาพเดิม

                   การชาร์จเหล็กไหลโดยอาศัยธาตุไฟนั้น ไม่ใช่การเอาไปเผาไฟหรือผ่านการเผาให้ร้อนเหมือนอย่างที่บางคนเข้าใจ แต่เป็นการใช้พลังจิตอย่างหนึ่งตามตำราวิชาเรื่องธาตุ โบราณาจารย์กล่าวว่า ธาตุนี้เป็นใหญ่ เทวดาอินพรหมทั้งหลายในไตรภพนี้ มีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะธาตุ ถ้าหาธาตุมิได้แล้ว โลกทั้งสามนี้ก็จะสิ้นสูญไป พระพุทธเจ้าและพระมหาฤาษีจึงสรรเสริญให้ธาตุเป็นใหญ่ บุคคลใดรู้จักธาตุประเสริฐนักแล

·     นะ คือ พระกุกกุสันโธ   คือ ธาตุน้ำ หล่อเลี้ยงร่างกายและดวงจิต กำลังธาตุ 12

·    โม  คือ พระโกนาคม   คือ ธาตุดิน   ให้กำลังวังชา กำลังธาตุ 21

·     พุท คือ พระกัสสป       คือ ธาตุไฟ ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย กำลัง  ธาตุ 6

·     ธา  คือ พระสมณโคดม  คือ ธาตุลม หล่อเลี้ยงชีวิต ดูดพลังปราณมาหล่อเลี้ยงดวงจิต กำลังธาตุ 7

·     ยะ  คือ พระศรีอริยเมตตรัย คือ อากาศธาตุ เป็นที่ตั้งของวิญญาณ กำลังธาตุ 10

                   เมื่อรวมกำลังธาตุ นะโมพุทธายะ จะได้ 56 คือกำลังพุทธคุณ ส่งผลให้เกิดกำลังธรรมคุณ 38 และกำลังสังฆคุณ 14 รวมกำลัง พุทธคุณ  ธรรมคุณ สังฆคุณได้ 108 เชื่อว่าหากกระทำการใดเกี่ยวกับอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เช่น ปลุกเสกลงเลขยันต์ให้ครบ 108 ครั้งจะมีความศักดิ์สิทธิ์มากได้ผลตามใจปรารถนา

                    เมื่อถอดจากพระเจ้า 5 พระองค์ นะโมพุทธายะ จึงบังเกิดเป็นธาตุทั้ง 4 คือ นะ(ธาตุน้ำ) มะ (ธาตุดิน) พะ(ธาตุไฟ) ธะ (ธาตุลม) ถอดลงไปอีกบังเกิด ธาตุพระกรณี(ธาตุพี่เลี้ยง) คือ จะ(ธาตุน้ำ) ภะ(ธาตุดิน) กะ(ธาตุไฟ) สะ(ธาตุลม)  และดวงแก้วทั้ง 4 คือ แก้วมณีโชติ(ธาตุน้ำ) แก้วไพฑูรย์(ธาตุดิน) แก้ววิเชียร(ธาตุไฟ) แก้วปัทมราช(ธาตุลม)  เมื่อรวมพระเจ้า 5 พระองค์ ธาตุทั้ง 4 ธาตุพระกรณีและดวงแก้วทั้ง 4 เข้าด้วยกันจึงจะสมบูรณ์ครบถ้วน ทำให้เกิดเป็นอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ ตามหลักวิชาแปรโลกธาตุ คือการปลุกเสกของกายสิทธิ์ให้มีอิทธิฤทธิ์เทียบเท่ากับเหล็กไหลชั้น 1 คือมีสีเปลี่ยนไปจากเดิมจนกลายเป็นสีเขียวปีกแมลงทับ หรือยืดหดกินน้ำผึ้งได้เองเมื่อใช้คาถากำกับหรือใช้อำนาจกำลังของตบะฌานประจุลงไป ณ ธาตุนั้น ๆ

                   หลักการใช้ธาตุอย่างกว้าง ๆ  คือ ธาตุน้ำเด่นทางเสน่ห์และเมตตา ธาตุดินเด่นทางอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ คงกระพันชาตรี ธาตุไฟใช้ทำลายสิ่งชั่วร้ายและหลอมรวมวัตถุ ธาตุลมใช้ทางล่องหนหายตัว สะกด เมื่อได้ในพื้นฐานแล้วยังต้องรู้จัก การเดินธาตุ หนุนธาตุ อัดธาตุ ซ้อนธาตุ แยกธาตุ สลับธาตุ ย้อนธาตุและพลิกแพลงธาตุต่าง ๆ ซึ่งยังแบ่งแยกออกตามระดับความยากง่ายอีกด้วย คล้ายกับการเรียนหนังสือ เริ่มจากชั้นประถม มัธยม ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก  เพราะถ้าขั้นประถมก็อาจใช้พระคาถาว่า นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ นะมะมะนะ นะอะอะนะ นะอุอุนะ รวมเป็นธาตุน้ำ  ดังนั้นเรื่องของธาตุจึงมีความสลับซับซ้อนพิศดารมีความศักดิ์สิทธิ์และให้ผลที่รวดเร็วแก่ผู้นำไปใช้อย่างยิ่ง

                

อธิษฐานเสี่ยงทายกับโคตรเหล็กไหล

การอธิษฐานเสี่ยงทายกับพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ หมายถึงการอธิษฐานถามในสิ่งที่อยากรู้แล้วกำหนดให้สามารถยก พระพุทธรูปหรือของกายสิทธิ์เหล่านั้นให้เบาหรือหนักจนยกไม่ขึ้นนั่นเอง ของดีของวัดถ้ำแฝดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเสี่ยงทายอธิษฐานกับ โคตรเหล็กไหลขนาดพอประมาณที่ผู้หญิงทั่วไปสามารถยกขึ้นได้โดยง่าย คาดคะเนว่าประมาณ  5  กก. มีอยู่ 2 ก้อนด้วยกัน คือ โคตรเหล็กไหลและเหล็กไหลนาคราช

หลวงพ่อวัชระท่านกล่าวว่า การอธิษฐานขอพรขอบารมีจาก เทพพรหมผู้รักษาเหล็กไหลนั้น ควรมีหลักเกณฑ์ดังนี้คือ

1.   อธิษฐานให้หนักติดพื้น  หากสิ่งที่เราตั้งใจอยากทำนั้นสำเร็จ ก็ขอให้หนักติดพื้นยกไม่ขึ้น แล้วลองยกขึ้นด้วยสองมือ  หากหนักจนติดพื้นแสดงว่าคำอธิษฐานนั้นจะสำเร็จ บางคนพยายามจะฝืนยกขึ้นให้ได้ โดยการเกร็งกำลังที่ข้อมือทั้งสอง พยายามจะยกก้อนโคตรเหล็กไหลให้ขึ้น แต่ปรากฏว่ามันหนักมากจนมือสองข้างสั่นระริก

2.   อธิษฐานให้เบาลอยขึ้นมา  คราวนี้ลองกลับคำอธิษฐานว่า หากสิ่งที่อธิษฐานไว้นั้นจะสำเร็จจริง ๆ ก็ขอให้เบาแล้วลองยกใหม่ ถ้าสำเร็จก็จะรู้สึกว่า ยกขึ้นโดยสะดวกมีน้ำหนักเบากว่าครั้งแรก

ดังนั้นอยู่ที่ครั้งแรก ท่านอธิษฐานจิตให้เบา หรือ หนัก ครั้งต่อไปก็กลับให้เป็นตรงข้ามเสีย การอธิษฐานนั้นต้องตั้งใจทำด้วยความเคารพและด้วยความตั้งใจจริง ท่านก็จะประสพสิ่งมหัศจรรย์ในโคตรเหล็กไหลด้วยตนเอง ว่ามีพลังมีอำนาจและอิทธิ์ฤทธิ์มากน้อยแค่ไหน

 

น้ำมนต์เหล็กไหลรักษาโรค

โคตรเหล็กไหลก้อนใหญ่หนักกว่า 100 กก. ได้ถูกใส่ไว้ในอ่างน้ำมนต์ขนาดพอประมาณน้ำท่วมถึง ได้กลายเป็น"น้ำมนต์เหล็กไหล" ที่ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยอิทธิฤทธิ์ของพลังเหล็กไหลที่ถูกถ่ายทอดเป็นรูปพลังงานผ่านเข้าสู่กระแสน้ำ น้ำธรรมดาก็กลับกลายเป็นน้ำทิพย์มนต์ที่สามารถ ขับไล่คุณไสย แก้โรคภัยไข้เจ็บ เพื่อสะเดาะเคราะห์เสริมสิริมงคล ฯล เพราะบางคนที่มีของไม่ดีเหล่านี้อยู่ในตัว เมื่อได้ดื่มลงไปก็เกิดอาการอาเจียร ขับของไม่ดีออกมาทันที บางคนนำไปพรมร้านค้าขาย สุดแท้ตามแต่ปรารถนา

                   สุภาพสตรีคนหนึ่ง เจ็บป่วยกลืนอาหารไม่ลง ได้มาหาหลวงพ่อวัชระแล้วไม่พบ ก็เลยเอาน้ำมนต์เหล็กไหลมาดื่ม ปรากฏว่าได้อาเจียรสิ่งที่ไม่ดีออกมามากมาย บังเอิญเธอผู้นี้เป็นนักปฏิบัติธรรมผู้ที่สัมผัสและรู้เห็นบางอย่างได้ ได้กล่าวกับหลวงพ่อวัชระในวันต่อมาว่า ภายหลังการอาเจียรแล้ว รู้สึกว่าตามผิวหนังเหมือนมีตัวอะไรไม่ทราบ เหมือนตัวไรแดงร่วงเกลื่อนพื้นไปหมด เห็นแล้วรู้สึกขยักแขยง ไม่ทราบว่าตนเองไปถูกอะไรมา

                   บางคนถูกเสน่ห์ยาแฝด พอได้ดื่มหรืออาบน้ำมนต์เหล็กไหลเข้า อาการก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะก่อนหน้านั้น เพียรจะพยายามหนีตามผู้ชายไป พอญาตินำมาอาบน้ำมนต์เหล็กไหลเพียงครั้งเดียว เดี๋ยวนี้มีอาการเป็นปกติ ไม่หลงโง่งมเหมือนที่ผ่านมา เปลี่ยนนิสัยเป็นคนละคน

                   น้ำมนต์เหล็กไหลวัดถ้ำแฝด จึงเป็นน้ำมนต์ที่พิเศษแตกต่างจากน้ำมนต์แหล่งอื่น ๆ ด้วยได้รับอิทธิฤทธิ์จากธาตุกายสิทธิ์ ที่มีอำนาจและพลังลึกลับช่วยบำบัดรักษา จึงทำให้อาการที่ผิดปกติต่าง ๆ บรรเทาได้อย่างรวดเร็ว หรือ หายไปได้เร็วกว่าปกติ

ที่มาจาก วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี

@@@@@@@@@____________@@@@@@@@@

ความคิดเห็น

  1. 1
    นาโน
    นาโน arunamrins@gmail.com 23/04/2012 11:37

    รู้จักแต่หนองปรือครับ  เพราะตอนไปอยู่นั้นไม่ได้สนใจ  ต้องไปถามคนแถวนั้นเอาเอง  ทางเข้าให้เข้าทางอู่ทองจะมีเส้นไป


    อำเภอเลาขวัญแต่พอถึงแยกก็อย่าไปทางเลาขวัญให้ไปทางหนองปรือ มันจะไปโผล่เมืองกาญจนบุรีได้  มันจะมีป้ายบอกประมาณ 50กิโลได้

  2. 2
    ton
    ton 09/03/2012 19:38

    ผมมีเหล้กไหลยืดได้หดได้เมื่อโดนความร้อนจากเปลวเทียน ผมมีอยู่ 2 เม็ด ต้องการติดต่อได้ที่ tel.0856126299 ต้นคุยได้ทุกเรื่องในการตัดเหล็กไหลผมตัดมาแล้วหลายที่เหล้กไหลของสีดำอมเขียวลักษณะกึ่งแก้วบางคนเขาเรียกแก้วกายสิทธิ์

  3. 3
    เอกพร  พูลบุญ
    เอกพร พูลบุญ jafsfsf@hotmail.com 27/08/2011 15:14
    ผมอยากรู้ว่า้หล็กไหลของจริงจะมีวิธีการทดสอบอย่างไรครับ
  4. 4
    พราหมณ์น้อย
    พราหมณ์น้อย sportman_1978@hotmail.com 29/07/2011 23:19
    ผมอ่านมาหลายกระทู้และหลายเว็บแล้วครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าข้อมูลที่ได้รับนั้นจริงหรือเท็จแต่ประการใด ในด้านของลักษณะของเหล็กไหล แต่ผมก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับเหล็กไหลอยู่เหมือนกัน ซึ่งแต่ละข้อความที่แสดงในแต่ละเว็บนั้นไม่ตรงกับของที่ที่ผมได้เห็นได้เจอมา. โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ และผมก็ไม่คิดที่จะลบหลู่หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นไปในแง่ลบแต่บุคคลอื่นหรือกระทู้อื่น. ผมเห็นเหล็กไหลตอนผมบวชเป็นสามเณร ซึ่งในตอนนั้นผมยังไม่สนใจในเรื่องของเหล็กไหลและเครื่องลางของขลังแต่อย่างใด มีหลายครั้งที่ผมเห็นโดยจะไม่เคลื่อนย้ายไปใหน นอกเสียจากว่าผมจะทำเสียงหรือเคาะไม้หรือทำเสียงกระแอ้ม เหล็กไหลจะหายไปทันที เหล็กไหลที่ปรากฏให้ผมเห็นนั้นมีอยู่ 3 ชนิดคือ ลูกกลมสีน้ำเงิน ลูกกระสุนปืนสีเหลือง และลูกแฝดสีแดง ซึ่งทั้ง 3 ลูกนี้จะเปล่งแสงออกมาในลักษณะวงกลมที่จำกัดซึ่งจะแตกต่างจากหลอดไฟที่แปล่งแสงออกไปอย่างกว้าง. ลูกสีน้ำเงินจะลอยอยู่ต่ำมากและลอยวนไปวนมาคล้ายพระเดินจงกรม  ลูกสีเหลืองที่มีลักษณะคล้ายลูกกระสุนเอ็มนั้นจะลอยอยู่สูง เมื่อผมทำเสียงกระแอ้มหรือเคาะไม้มันจะเคลื่นที่ได้เร็วมาก วิ่งทะลุต้นไม้ ใบไม้ ชนิดที่เรียกว่าสายตามองตามไม่ทัน และลูกสีแดงลูกกลมรีแฝดนั้นจะลอยอยู่ที่สูงเหมือนกัน แต่จะเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆดับและแปล่งแสงออกมาอยู่อย่างนั้น เมื่อได้ยินเสียงที่ผมทำก็จะค่อยๆหายจางไปไม่ปรากฏอีกในคืนนั้น และจะมาปรากฏให้ผมเห็นอีกทุกอาทิตย์ อาจจะเป็นอาทิตย์ละครั้ง หรือ 2 อาทิตย์ต่อครั้ง ผมย้ายไปอยู่ที่วัดอื่นผมก็เห็นอย่างนั้น เมื่อผมสึกออกไป ผมไม่เห็นอีกเลย ผมกลับมาเห็นอีกก็ตอนผมบวชเป็นพระ. อยากให้ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญที่อ่านพบกระทู้นี้ตอบผมหน่อยนะครับว่า เป็นเหล็กไหลหรือเป็นลูกแก้วของบรรพบุรูษหรือสิ่งศักสิทธิ์ เพราะว่าทุกๆบทความในอินเตอร์เน็ตไม่ตรงกับที่ผมเคยพบและเห็นเลย. ผมเชื่อในสิ่งนี้ ผมไม่เคยสัมผัสแต่พบบ่อย.
  5. 5
    โก่ NCO 33
    โก่ NCO 33 janny_handee@hotmail.com 27/07/2011 09:14
    ผมเชื่อว่ามีเหล็กไหลอยู่จริงและผมอยากจะได้มาเป็นเครื่องป้องกันภัยครับ
  6. 6
    เทพจำแลง
    เทพจำแลง thepjamlang@windowslive.com 29/05/2011 07:41
    ตอบ คุณไตรค่ะ (จากคำถาม)

    คุณไตรทำถูกต้องแล้ว ในการปฎิบัติธรรม-ทำบุญทำทาน สวดมนต์เจริญสมาธิ สร้างบุญบารมีให้กับตัวเอง ไม่ต้องรีบเร่ง อะไร ค่อยๆเป็นค่อยๆไป พุทธคุณของเขา จะมาควบคู่กันกับการที่เราสร้างตรงนี้ด้วยค่ะ
  7. 7
    ไตร
    ไตร tpk837@hotmail.co.th 26/05/2011 13:01

    ผมได้เช่าบูชา แร่โคตรเหล็กไหล สีดำนิล  เช่าบูชามาจากวัดถ้ำแฝด จากหลวงพ่อวัชระ รับจากมือท่านโดยตรง ไม่เห็นมีโชคลาภ มานานแล้ว ซื้อล็อตเตอรี่ บ่อย เกือบทุกงวด ไม่เคยถูกรางวัลเลย ผมชอบทำบุญ เข้าวัดบ่อย สวดมนต์ไหว้พระบ่อย นั่งสมาธิ บ่อย ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย เพราะเหตุไร ทุกวันนี้ ใส่ห้อยคอติดตัวตลอดเลย

  8. 8
    พิรุณ
    พิรุณ amishima-zenso-omega401@hotmail.com 29/04/2011 15:30

    อยากทราบว่าเขาอึมครึมเนี่ย อยูไหนครับ ช่วยบอกให้ละเอียดเลยจะขอบคุณมากครับ

  9. 9
    อิงอินทร์
    อิงอินทร์ inin2490@hotmail.com 03/10/2010 10:45

    รูปร่างที่ได้เม็ดจะแตกต่างตามวาสนาของแต่ละคนที่อธิษฐานขอไว้
    สว่นมากจะเป็นสีเทามันวาว ท่านบอกว่าเป็นชนิดเทพนิมิตร..
                                     อิงอินทร์

  10. 10
    เทพจำแลง
    เทพจำแลง thepjamlang@windowslive.com 03/10/2010 04:26
    ตอบ คุณจิรวัฒน์

         โคตรเหล็กไหล วัดถ้ำแฝด เช่าจาก ร้านเอรัศมีทิพย์ พระราม 3 ได้ผ่านการอธิษฐานจิต ปลุกเสกเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
 1  2 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สินค้า

สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
สินค้าโปรโมชั่น
 ชุด สมเด็จวัดระฆัง-บางขุนพรหม
 ชุด หลวงปู่ทวด
 ชุด หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
 ชุด หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ระยอง
 ชุด เครื่องราง-ของขลัง
 ชุด หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี
 ชุด ครูบากฤษณะ วัดป่ามหาวัน
 ชุด พ่อปู่ฤาษี ฤาษี พ่อแก่
 ชุด ท้าวเวสสุวรรณโณ
 ชุด พญาครุฑ
 ชุด มีดหมอ
 ชุด ตะกรุด
 ชุด กุมารทองเทพ
 ชุด พระพิฆเณศ
 ชุด ขุนแผน/ยอดขุนพล
 ชุด พระปิดตา
 ชุด พญานาค - เจ้าปู่ศรีสุทโธ
 ชุด พระกริ่ง
 ชุด ผ้ายันต์
 ชุด หนุมาน
 ชุด หน้าพรานบุญ
 ชุด เหรียญ
 ชุด พระเหรียญ ภาคเหนือ
 ชุด พระเหรียญ ภาคกลาง
 ชุด พระเหรียญ ภาคอีสาน
 ชุด พระเหรียญ ภาคใต้
 ชุด พระเหรียญ ภาคตะวันออก
 ชุด พระเหรียญ ภาคตะวันตก
 ชุด รูปหล่อ-ลอยองค์
 ชุด พระผง ดิน ว่าน
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคเหนือ
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคกลาง
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคอีสาน
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคใต้
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคตะวันออก
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคตะวันตก
 ชุด ล็อคเก็ต/รูปถ่าย
 ชุด พระเนื้อชิน
 ชุด เนื้อแร่ธาตุกายสิทธิ์
 ชุด พระราหู
 ชุด พระบูชา
 ชุด รูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง
 ชุด เหรียญรัชกาล/เหรียญที่ระลึก
 ชุด สัตว์มงคลในตำนานจีน
 ชุด อาจารย์สายฆราวาส
 ชุด วัตถุมงคล เปิดจอง
 ชุด วัตถุมงคล ปิดจอง
 ชุด วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี
 ชมรมศิษย์เก่าช่างกลสยาม

จดหมายข่าว

อีเมล์

ปฎิทิน

« September 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

นาฬิกา

Alternative content

พระเครื่อง เอกเทพจำแลง สาย 4




โรงพิมพ์ ปราโมทย์

รับจำนอง-ขายฝาก

จิปาถะ

อาหารสุนัข

กล้องวงจรปิด

ศูนย์รวมกล้อง ดิจิตอล

อุปกรณ์ตกแต่งรถ

ผลิตภัณฑ์จากสแตนเลศ

ร้านเค้กกระทรวง

โฆษณาว่าง

โฆษณาว่าง

 หน้าแรก

 วัตถุมงคลของเรา

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รูป

 ประกาศซื้อขายฟรี

view