http://www.thepjamlang.com
  

 หน้าแรก

 รวมวัตถุมงคล

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 Blog

 รูป

ประกาศซื้อขายฟรี

 ติดต่อ

สถิติ

เปิดเว็บ08/08/2008
อัพเดท19/10/2017
ผู้เข้าชม12,428,580
เปิดเพจ16,615,886
สินค้าทั้งหมด3,517

บริการ

หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รูป
ข่าวสารมาอย่างแรง
Blog
แซท
ประมูลวัตถุมงคล
ลงประกาศซื้อขายฟรี
วัตถุมงคลของเรา
วัตถุมงคลแนะนำ
สมัครสมาชิก
สิทธิพิเศษในการสมัครสมาชิก
สมุดเยี่ยม
ตรวจสอบของฝากส่งทางไปรษณีย์
ดาวน์โหลด แผนที่ร้าน
*** แจ้งสถานะการจัดส่งวัตถุมงคลด่วน EMS
*** แจ้งสถานะการสั่งบูชาทางระบบเว็บร้าน
พระสมเด็จ
พระปิดตา
พระเหรียญ
พระเนื้อผง-ดิน-ว่าน
เขี้ยว-งา-กะลา-แกะ
พระตั้งบูชา

สมเด็จพระสังฆราช ๑๙ พระองค์

องค์ที่ ๑ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศรี)

องค์ที่ ๒ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศุข)

องค์ที่ ๓ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (มี)

องค์ที่ ๔ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร)

องค์ที่ ๕ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน)

องค์ที่ ๖ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (นาค)

องค์ที่ ๗ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พระองค์เจ้าวาสุกรี)

องค์ที่ ๘ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (พระองค์เจ้าฤกษ์)

องค์ที่ ๙ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว)

องค์ที่ ๑๐ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ)

องค์ที่ ๑๑ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า (หม่อมเจ้าภุชงค์)

องค์ที่ ๑๒ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว)

องค์ที่ ๑๓ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์)

องค์ที่ ๑๔ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ)

องค์ที่ ๑๕ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถระ)

องค์ที่ ๑๖ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี)

องค์ที่ ๑๗ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร)

องค์ที่ ๑๘ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน)

องค์ที่ ๑๙ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน)

วิธีลำดับ สมณศักดิ์ พระสงฆ์ไทย

ประวัติ วัด-ครูบาอาจารย์

พระธรรมสิทธิมงคล (พ่อท่านฉิ้น โชติโก) วัดเมืองยะลา

พ่อท่านพระมหาอุทัย วิมโล วัดดอนศาลา พัทลุง

หลวงปู่รอด ฐิตฺวิริโย (พระครูสถิตวีรธรรม) วัดสันติกาวาส พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ (พระครูญาณวิลาศ) ยอดเกจิอาจารย์แห่งเมืองเพชรบุรี

หลวงพ่อสุด พระครูสมุทรธรรมสุนทร (สุด สิริธโร) วัดกาหลง เมือง สมุทรสาคร

หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง

พระอาจารย์อำนาจ อาทิตตฺวณฺโณ สำนักสงฆ์เขาสามล้าน ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ ชุมพร

หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม (พระครูวินัยวัชรกิจ) วัดตาลกง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป วัดป่าปทีปปุญญาราม อำเภอ อากาศอำนวย สกลนคร

พระพุทธวิริยากร (หลวงพ่อตัด ปวโร ) วัดชายนา อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

หลวงพ่อเพี้ยน อคฺคธมฺโม วัดเกริ่นกฐิน ต.บ้านชี อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

พระอาจารย์สมชาย ฐิตธมฺโม (พระครูสุวรรณธรรมาภิมณฑ์็) เจ้าอาวาส วัดไผ่แปลกแม่ จังหวัดสุพรรณบุรี

พระอาจารย์มานะ กตปุญโญ วัดเทพคีรีวงศาราม (เขาชานหมาก) ต.จระเข้สามพัน อู่ทอง สุพรรณบุรี

ครูบาสุบิน สุเมธโส พระผู้ขมังเวทย์แห่งแผ่นดินล้านนา ด้วยมนตราอันศักดิ์สิทธิ์

หลวงพ่อวีระ จนฺทธมฺโม เจ้าอาวาส วัดสมอลม เมือง สุพรรณบุรี

หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คัมภีโร (พระครูกาญจนกิจจาทร) อดีตเจ้าอาวาส วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี

พระครูนันทเจติยาภิบาล (ครูบาโต) วัดพระธาตุสุนันทา เชียงใหม่

พระครูอุทัยธรรมสาคร (หลวงพ่อมาลัย) วัดบางหญ้าแพรก พระอาจารย์ของตี๋ใหญ่

พระอธิการอดิเรก อุปคุตฺโต (พระอาจารย์ หนึ่ง) วัดท่าโขลง ลพบุรี

พระครูสิทธิกาญจนกิจ (พระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณ) วัดถ้ำแฝด ท่าม่วง กาญจนบุรี

งานบุญต่างๆ และพิธีกรรม

พระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณ สาวน้ำตาเทียนสะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าเคราะห์กรรม ล้างอาถรรพณ์

ขอเชิญร่วมพิธีฉลองสมณศักดิ์-พัดยศ พระครูสิทธิกาญจนกิจ วัดถ้ำแฝด ท่าม่วง กาญจนบุรี

ขอเชิญท่านสาธุชนโครงการ "ไผ่ต่างปล้อง สำรองบุญ เกื้อหนุนพระศาสนา" วัดมโนธรรมาราม (นางโน)

ขอเชิญร่วมเททองหล่อพระสมเด็จองค์ปฐม ณ วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ เมือง สมุทรสาคร

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี สร้างวิหารพระศรีอริยะเมตตรัย ณ วัดถ้ำแฝด อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ขอเชิญทุกท่านร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี ณ.วัดท่าโขลง ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

ภาพพิธีปลุกเสก กุมารทองพรายขวัญใจ ณ.วัดท่าเจริญ บางปลาม้า สุพรรณบุรี

ขอเชิญร่วมพิธีบูชาครู ประจำปี 2553 ณ วัดมโนธรรมาราม (นางโน) ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ขอเชิญร่วมทำบุญ ลอดโบสถ์ พระประธาน 5 องค์ ใหญ่ ณ วัดสมอลม อำเภอเมือง สุพรรณบุรี

งานพิธีไหว้ครู-ครอบครู วัดสมอลม เมือง สุพรรณบุรี ปี 2555

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษจิกายน 2558 ณ วัดหนองขุม สุพรรณบุรี

ตำนาน พุทธภูมิ-พระโพธิสัตว์

หลักธรรมนำชีวิต

วัตถุธาตุ สิ่งเร้นลับ

ประวัติแห่ง อนุพุทธ

เกี่ยวกับ องค์พระพิฆเนศ

ทำนายทายทัก

วันเกิดสื่อถึงวิญญาณ

เคล็ดลับการเสริมดวงของคุณ

วันเกิดถูกควบคุมโดยเทพองค์ใดบ้าง

คนที่เกิดในแต่ละเดือน มีอวัยวะที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

เลือกเดือนเกิดของคุณได้เลย..........เม่นมาก

อัญมณีเสริมชีวิต

อาชีพตามธาตุ

เลือกของใส่บาตรตามวันเกิดของคุณ

ปัจจัยทางฮวงจุ้ยที่ทำให้ธุรกิจการงาน และการเงิน ประสพปัญหา

คำขอขมาลาโทษทั้ง ๓๑ ภูมิ

ราศีของเรา มีผลต่อน้ำหนักตัว จริงหรือไม่ ??

ฮวงจุ้ยกระตุ้นความรัก (หนุ่มๆ สาวๆ ห้ามพลาด)

ทำนายตามวัดเกิด...แม่นแบบไม่น่าเชื่อ..???

ทำทรงผมใหม่ เสริมดวงชะตา ตามวันเกิด

เลขตัวสุดท้ายในบัตรประจำตัวประชาชนของทุกคน สามารถบอกได้ว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง ?

ทายนิสัยจากอาหารเส้น (เส้นก๋วยเตี๋ยว)

ดูดวง ปี 2553 (12 ปีนักษัตร)

การทำบุญไหว้พระบูชาเทพตามปีเกิด 12 นักษัตร

ดูดวง ปี 2555 (12 ปีนักษัตร)

9 ข้อห้าม ที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีน

ดูดวง ปี 2556 (12 ปีนักษัตร)

ที่มาของพญานาค

เอก เทพ จำแลง

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

ตำนาน เหล็กไหลฤาษี วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี

ตำนาน เหล็กไหลฤาษี วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี

เหล็กไหลฤาษี

ภายหลังจากที่ได้พบ เหล็กไหลตาแรด ในครั้งนั้นแล้ว หลวงพ่อสัมฤทธิ์ท่านก็ คงวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมงาน ฝังลูกนิมิตร ซึ่งในปีนั้นปรากฏว่า วัดถ้ำแฝดมี รายได้จากการจัดงานสูงกว่าทุกวัด รถจอดติดเป็นแถวยาวเหยียดจากตัวเขื่อนวชิราลงกรณ์เรื่อยมาจนถึงบริเวณวัดระยะทางประมาณ 5 กม. ผู้คนหลั่งไหลมาบูชาวัตถุมงคลชุดพิเศษ พระผงรุ่นแรกฝังเหล็กไหลย่างเนืองแน่น บางคนก็มาฝังเหล็กไหลตาแรด บางคนก็อยากเห็นเหล็กไหล แต่ส่วนหนึ่งที่ตั้งใจเหมือนกันก็คือ มาร่วมงานบำเพ็ญกุศลปิดทองลูกนิมิตด้วย

ย้อนรอยหาเหล็กไหล   

                   หลังงานฝังลูกนิมิตผ่านพ้นไปแล้ว ภาระกิจต่าง ๆ ค่อยผ่อนปรนลงไป ทำให้หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ท่านมานึกทบทวนถึงสิ่งหนึ่งที่ท่านตั้งใจจะขึ้นไปเอาเมื่อคราวได้ติดตามหาเหล็กไหลตาแรดนั้นก็คือ เหล็กไหล ที่เหมือนปุ่มไม้ที่หดหายไปในผนังถ้ำคราวนั้นหากแม้นมีบารมีพอก็จะขึ้นไปทำพิธีพลีกรรมขอเอามาไว้ที่วัด  จนวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำเดือน 5 ปีจอ พ.. 2517 ท่านจึงถือเป็นฤกษ์มงคลชัยทำพิธีเปิดป่าเปิดถ้ำ ขึ้นไปหาเหล็กไหล โดยชวนผู้ใหญ่เภา พรานนวล และเณรหลานชายของท่าน ออกเดินทางพร้อมด้วยเสบียงอาหาร เครื่องบวงสรวงเท่าที่จำเป็น เทียนชัย ด้ายมงคล ย้อนรอยไปตามทางจนถึงจุดที่พบเหล็กไหลโผล่ออกมาเหมือนปุ่มไม้ ล้อเล่นกับแสงไฟแล้วหดหายไปในผนังถ้ำ

                   มาคราวนี้เงียบสงบดีจัง ดูเหมือนกับว่าไม่มีอะไรที่เป็นที่น่าสนใจเหมือนเมื่อมากันในครั้งแรก อาจจะความคุ้นเคยกับสถานที่ ประกอบกับเคยอยู่กับความวิเวกจนเคยชินก็เลยรู้สึกเป็นธรรมดา อาศัยแสงไฟและแสงเทียนที่ส่องแสงสว่างสลัวไปทั่วบริเวณ ก็ยังไม่พบอะไรเป็นที่ผิดสังเกตแม้แต่น้อย พอนั่งพักผ่อนหายเหนื่อยดีแล้ว ก็ค่อยสำรวจพิจารณาไปตามซอกถ้ำซอกเขาที่คาดว่าน่าจะมีของดีหลบซ่อนอยู่ ตามองดู เท้าก็ ย่ำไปตามพื้นถ้ำ เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำไปตามก้อนหินทำให้เกิดเสียงดังเป็นระยะ 

                   หลวงพ่อได้เดินไปตามทางที่ทอดคดเคี้ยว บางแห่งได้พบหินงอกสวยงาม บางแห่งเป็นหินเขี้ยวหนุมาน รูปทรงเป็นแท่งเหมือนปิรามิด หินแปลก ๆ สวยงาม แทบไม่น่าเชื่อว่าภายใต้ภูเขาแรดนี้ จะมีถ้ำที่สวยงามซ่อนเร้นอยู่ บางแห่งได้พบหินสีแปลก ๆถ้ำนั้นลึกและดูลี้ลับพอสมควร หลวงพ่อท่านเดินสำรวจไปเรื่อยทางก็คดเคี้ยวทอดยาวลึกไปเรื่อย เดินอยู่ภายในถ้ำเกือบชั่วโมง ก็พบทางออกอีกทางหนึ่ง เหน็ดเหนื่อยพอสมควร เพราะเส้นทางในถ้ำบางช่วงต้องเกาะหินปีนป่ายไปเรื่อย ๆ ตามลักษณะของถ้ำ

                   ต่อมาภายหลังได้มีการระเบิดหิน จนพบถ้ำที่สวยงามเป็นข่าวไปทั่วประเทศ คือถ้ำแก้วกาญจนาภิเษก”  บริเวณนั้นอยู่ใกล้กับส่วนของภูเขาที่เป็นส่วนดวงตาของแรดนั่นเอง ตอนพบถ้ำใหม่ ๆ หลวงพ่อได้ไปสำรวจดู และคาดคะเนจากจุดถ้ำที่ สำรวจ น่าจะเป็นถ้ำเดียวกันกับที่หลวงพ่อได้สำรวจในครั้งนั้น  เพียงแต่ยังไม่มีใครพบทางเข้าเท่านั้น ก็เลยกล่าวกันว่าเป็นถ้ำปิด คนงานที่ระเบิดหินบนเขาลูกนี้ ยืนยันว่ามีอยู่ จุดหนึ่งที่วางชนวนระเบิดแล้ว ระเบิดด้านไม่ทำงาน จนไม่มีใครกล้าไปวางระเบิดในแถบนั้น

                   จากการสำรวจถ้ำในครั้งนั้น ยังไม่สามารถพบ เหล็กไหล”  ก้อนที่เหมือนปุ่มไม้ดังกล่าว พอโพล่ออกมาทางปลายถ้ำอีกด้านหนึ่ง จึงพบว่าอยู่ในเขตคนละฝากเขากับวัดถ้ำแฝด มองเห็นแนวแม่น้ำแควน้อยอย่างชัดเจน ก็เลยเดินสำรวจไปเรื่อย ๆ เพื่อเสาะแสวงหาถ้ำ ตามหาร่องรอยของเหล็กไหลชิ้นนั้นต่อไป

                   เดินมาจนเหนื่อยจึงได้เลือกมุมสถานที่พอนอนพักผ่อนได้แห่งหนึ่ง ฉันน้ำพอแก้กระหาย สังเกตตะวันเริ่มคล้อยไปแล้ว น่าจะเป็นประมาณบ่าย 2-3 โมง จึงได้เอนพักผ่อน ชมธรรมชาติ ส่วนใจนั้นก็ครุ่นคิด หาวิธีติดตามร่องรอยเหล็กไหลอยู่ตลอดเวลา คิดไปก็อธิษฐานไป หวังว่าการติดตามร่องรอยเหล็กไหลครั้งนี้จะสำเร็จผล

ย้อนตำนานบุรพาจารย์

                   พอพักผ่อนหายเหนื่อย หลวงพ่อท่านก็นั่งในท่าเตรียมทำสมาธิ กำหนดจิตลงสู่องค์ฌาณเพื่อน้อมจิตแผ่เมตตา ถึงครูบุรพาจารย์ในอดีตตลอดถึงทวยเทพเทวาทั้งหลาย ได้ชี้แนะหนทางการติดตามหาเหล็กไหลในครั้งนี้ให้ได้ประสพผลสำเร็จสมดังเจตนาที่ตั้งใจไว้

                   หลวงพ่อได้ทบทวนเส้นทางการเดินทางการบุกเบิกถ้ำ พบว่าได้เดินจากทางตะวันออกมาทะลุทางตะวันตกเฉียงเหนือ สุดเขตเขาที่บริเวณเขาแหลมหรือเขาตก โดยสังเกตุจากแนวแม่น้ำ ทำให้ท่านนึกถึงเรื่องราวที่เล่าขานกันมานาน ถึง หลวงพ่อทองปฐมเจ้าอาวาส วัดบ้านถ้ำในอดีต

ตามตำนานกล่าวว่า ในยุคสุโขทัย มีเศรษฐีคนหนึ่งร่ำรวยมาก ได้มาพบถ้ำแห่งหนึ่งที่ บ้านถ้ำนี้ใหญ่โตสวยงามน่าอาศัย มีปล่องแสงสว่างไม่อับชื้น อากาศเย็นสบาย มีการถ่ายเทอากาศที่ดี จึงเกิดความศรัทธาด้วยเป็นที่สับปายะ จึงได้นิมนต์ หลวงพ่อทองผู้มีความเก่งกล้าด้านพุทธเวทย์ มหามนต์มาอยู่จำพรรษา ตนเองก็เป็นผู้คอยอุปฐาก ฟังหลวงพ่อสั่งสอนธรรมะ จนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแรงกล้า ก็เลยคิดสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษย์ฐานไว้ภายในถ้ำแห่งนี้ เป็นปางแบบพระพุทธชินราช สูง 11 ศอก หน้าตักกว้าง 8 ศอก พอกด้วยปูนลงรักปิดทอง

หลวงพ่อทองท่านมีญาณเก่งกล้า สามารถเดินทางไปตามซอกหินตลอดภูเขาไปทะลุถึงอีกฝากหนึ่งของภูเขาได้ การเดินทางของท่านนั้นอาศัยไต้ 1 มัด 20 ใบ จุดไปกลับพอดีหมด เมื่อถึงแล้วก็ลงสรงน้ำที่สระบัว พอเสร็จแล้วก็จะเก็บดอกบัวมาบูชาพระหลวงพ่อใหญ่ในถ้ำ

                   ภายในภูเขานี้เชื่อว่ามีเส้นทางเดินของชาวบังบดและชาวบาดาล ประกอบด้วยหมู่บ้านชาวลับแล ซึ่งมีพี้นดินและหาดทรายอันสวยงาม ดังนั้นผู้ที่จะผ่านเข้าออกดินแดนแห่งนี้ จะต้องประกอบไปด้วยสมาธิจิตและศีลที่มั่นคง มิฉะนั้นจะถูกนางผีเสื้อยักษ์ที่เฝ้าด่านประตูทำอันตรายเอา

                   จำเนียรกาลผ่านไป บุตรชายของเศรษฐีนั้นเติบใหญ่ขึ้น สมควรแก่การบรรพชา ประกอบกับตัวเศรษฐีนั้นก็ชรามาก จึงนำมาถวายเป็นลูกศิษย์รับใช้หลวงพ่อทอง ก็เลยได้บวชเป็นสามเณร ได้คอยปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่ออย่างใกล้ชิดเสมอมา

                   ต่อมาสามเณรเห็นหลวงพ่อทองเข้าไปทางภูเขาได้ทุกวัน ก็เลยอยากขอติดตามไปบ้าง แม้หลวงพ่อจะห้ามปรามอย่างไรก็ไม่ยอมฟัง รบเร้าอ้อนวอนจนหลวงพ่อใจอ่อน ก็เลยให้สามเณรสัญญากันก่อนว่า ในระหว่างเดินทางหากแม้นพบเห็นอะไรก็ตามให้นิ่งไว้ เดินสำรวมอินทริย์ตามรอยเท้าหลวงพ่อไป อย่าไปหลงไหลในสิ่งที่พบเห็นตามทางเป็นอันขาด

                   สามเณรก็รับปากกับหลวงพ่อเป็นอย่างดี จึงได้มีโอกาสติดตามหลวงพ่อไปด้วยกัน จนกระทั่งถึงประตูด่านทางเข้าเมืองลับแล สามเณรที่เดินตามหลังมีจิตที่ยังไม่มั่นคงพอ เพราะนางยักษ์ที่ เฝ้าด่านเห็นสามเณรแปลกหน้าติดตามหลวงพ่อมาด้วย ก็เลยใคร่ทอดสอบดู จึงแปลงกายเป็นสาวน้อยรูปร่างโสภาเข้ามาทักทายด้วยวาจาอ่อนหวาน

                   สามเณรซึ่งยังอยู่ในวัยคะนองก็เลยขาดสติเสียสมาธิ จิตคิดเสน่หาจึงเอ่ยวาจาเกี้ยวพาราสีพอได้ช่องทีก็คิดจะทำการล่วงเกิน นางยักษ์ก็รู้ทันทีว่าสามเณรนี้เป็นผู้ที่ไม่สำรวมในอินทรีย์ ไร้ศีลไร้สัตย์ ไม่สมควรผ่านเข้าสู่ดินแดนแห่งลับแลนคร จึงได้เอ่ยวาจาห้ามปราม ฝ่ายสามเณรก็ไม่ยอมฟังเสียง เร่งจะติดตามหลวงพ่อให้ทัน สาวน้อยจึงกลับร่างเป็นนางยักษ์ตรงเข้าบิดคอสามเณรจนตาย

                   หลวงพ่อเมื่อเดินทางเข้ามาถึงหมู่บ้านเมืองลับแล ยืนรออยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่เห็นสามเณรมาสักที ก็เฉลียวใจว่าเณรคงได้รับเภทภัยจากนางยักษ์เป็นแน่ จึงรีบกลับไปดูก็พบสามเณรถูกบิดคอตายเสียแล้ว ถามนางยักษ์ได้ความจริงว่า สามเณรทำผิดศีลผิดสัตย์จึงถูกลงโทษถึงตาย หลวงพ่อจึงได้ขอร้องให้นางยักษ์ช่วยแก้ไขให้สามเณรฟื้นขึ้นมาก่อน เมื่อสามเณรฟื้นขึ้นมาแล้วหลวงพ่อก็รีบนำกลับไปยังถ้ำเบื้องบนทันที

                   ตั้งแต่วันนั้นมาสามเณรก็ล้มป่วยโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ อยู่จนครบ 7 วัน สามเณรก็ถึงแก่มรณภาพ มีแต่หลวงพ่อองค์เดียวเท่านั้นที่รู้สาเหตุการตายของสามเณร แต่เพราะกลัวจะเกิดความยุ่งยากจึงไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครทราบ ตั้งแต่วันนั้นมาหลวงพ่อจึงเอาหินอุดช่องถ้ำที่เคยชำแรกภู เขาไปอย่างมิดชิดเสีย เพื่อป้องกันมิให้ใครหลงเข้าไปอีก ทั้งตัวหลวงพ่อเองก็เลิกชำแรกเข้าช่องภูเขาตั้งแต่นั้นมา ช่องเขานั้นถูกอุดมานานแสนนานตราบจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ปรากฏว่าได้มีหินงอกหินย้อยมาปิดทางจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงร่องรอยเท่านั้น

                   ฝ่ายเศรษฐีนั้นเมื่อบุตรชายตายไปแล้ว จึงคิดว่าต่อไปในภายภาคหน้า หากมีลูกหลานมาบวชอยู่ในถ้ำอีก อาจจะเกิดเหตุเภทภัยถึงแก่ความตายได้  จึงได้จัดหาคนงานมาทำการสร้างวัดที่ บริเวณเชิงเขาข้างล่างตรงปากถ้ำ แล้วขนานนามว่า วัดบ้านถ้ำมาตราบเท่าทุกวันนี้

ฤาเทพนำทาง

                    เม่นตัวหนึ่งกำลังมุ่งมาใกล้ ๆ ที่ท่านพักอยู่ เสียงเคลื่อนไหวของมันได้ดึงดูดความสนใจของหลวงพ่ออย่างฉับพลัน วิ่งอยู่ในระยะห่างจากท่านเพียง 10 กว่าเมตร พอเห็นตัวได้ชัดเจน เพราะเป็นป่าไผ่ที่โปร่งโล่ง เม่นตัวนั้นก็คงไม่ได้สนใจกับคณะหลวงพ่อมากนัก หันมามองลูกศิษย์ก็เห็นหลับตาทั้งสองคน คงจะเหน็ดเหนื่อยจากการสำรวจพอสมควร

                   ส่วนเม่นก็คงวิ่งหาอาหารไปเรื่อย ๆ หลวงพ่อท่านก็เกิดคิดอยากได้ขนเม่นขึ้นมา เพราะใช้ทำยาและทำอย่างอื่นได้อีก ก็เลยพยายามติดตามหาขนเม่นที่หลุดร่วงในแถบนั้น เม่นนั้นพอเห็นหลวงพ่อเคลื่อนไหวก็พลันวิ่งพลุบหายลงไปจากจุดบนเขาที่ คณะหลวงพ่อพักอยู่  ท่านจึงเกิดความคิดติดตามไปเผื่อรังมันอยู่ใกล้ ๆ คงจะได้ขนเม่นมาทำประโยชน์บ้าง ปรากฏว่ามันวิ่งเลยจากจุดที่พักไปเกือบ 30 เมตร หลวงพ่อก็ติดตามไว้ไม่ให้คลาดสายตา สังเกตเห็นเม่นวิ่งหายไปใต้เนินเขาข้างหน้า ใกล้กับต้นไทรต้นใหญ่

                   หลวงพ่อท่านเล่าว่า ท่านก็เลยติดตามมาจนถึงบริเวณต้นไทรต้นนั้น แต่ไม่พบเม่นอีก ก็ เลยคิดว่ารังมันอาจจะอยู่ในซอกหินแถบนี้ก็ได้ จึงได้หาเศษกิ่งไม้หักที่ ตกอยู่แถบนั้น เคาะแหวกตามดงไม้ที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้ล้มลุกสลับกับหญ้าเป็นหย่อม กอสูงถึงหน้าอก หลวงพ่อท่านก็แหวกไปเรื่อย ๆ เหมือนไม่ตั้งใจ

                   แต่ทันใดนั้นท่านก็รู้สึกแปลกใจทำให้หูตาสว่างขึ้นมาทันที เพราะจุดที่ท่านแหวกผ่านหญ้าออกไปนั้น เป็นเหมือนโพรงใหญ่ สูงพอที่คนจะก้มเดินเข้าไปได้ เพียงแต่หญ้าปกคลุมหนาแน่นจนไม่เห็นปากโพรง ลองเอาไม้แหย่เข้าไปก็รู้สึกว่ามีความลึกพอ ท่านจึงตะโกนเรียกลูกศิษย์ที่ติดตามให้เอาเทียนใหญ่และไฟฉายมาให้ในทันที  ประสพการณ์จากการเดินป่าทำให้ท่านเกิดความสนใจขึ้นมาอย่างประหลาด ก็เลยตั้งใจจะเข้าไปสำรวจดูว่าสภาพภายในจะเป็นอย่างไร

พบถ้ำฤาษี

                   พอได้ไฟฉายและเทียนใหญ่ที่สว่างพอ ท่านก็เริ่มก้มตัวเข้าไปตามโพรงได้เกือบ 5 เมตร ทางนั้นก็เริ่มกว้างขึ้นเป็นทางลาดลงไป พบว่าเบื้องล่างนั้นเป็นถ้ำใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่มืดสนิท ต้องค่อยปีนป่ายลงไปตามก้อนหินน้อยใหญ่ แสงสว่างส่องเข้าไปไม่มากนัก แต่อากาศเย็นสบาย ท่านเพลินชมกับหินงอกหินย้อยแปลก ๆ จนเพลิน จนถึงพื้นถ้ำที่ทอดยาวไปเรื่อย ๆ พอคนเดินได้สบาย

                   ทันใดนั้นก็พบ หินงอกก้อนหนึ่งรูปทรงแปลก เหมือนฤาษียืนหลังโกงถือไม้เท้า สูงประมาณเท่าคนจริง ท่านจึงได้เรียกชื่อถ้ำนี้ว่า ถ้ำฤาษี และได้เข้าไปสำรวจครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2530 ปรากฏว่าหินงอกรูปฤาษีได้ถูกเคลื่อนย้ายออกไปเสียแล้ว เพราะในระยะหลังพวกพรานป่าได้ทราบข่าวเกี่ยวกับถ้ำอันศักดิ์สิทธิ์นี้ จึงมักมีคนจ้างวานนำทางเพื่อเข้าไปสำรวจถ้ำดังกล่าว

พบมวลสารศักดิ์สิทธิ์

                   สิ่งหนึ่งที่หลวงพ่อสังเกตเห็นก็คือ ผงฤาษี ที่ทับถมกองสูงจนทำให้พื้นทางเดินสูงชันจนผิดปกติ และทราบได้ทันทีว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์โดยธรรมชาติ เป็นเหมือนผงอิทธิเจ ที่เป็นผงละเอียดมี อยู่ 3 สี ด้วยกัน คือ ผงสีนวลเหลือง ผงสีขาวอมชมพู ผงสีขาวเหมือนแป้ง เหมาะสำหรับใช้ทำวัตถุมงคล นับเป็นมวลสารที่ดีเป็นหนึ่งโดยธรรมชาติ ที่เกิดจากฤทธิ์อำนาจของเจ้าของถ้ำได้ทิ้งไว้นานนับพันปีมาแล้ว อานุภาพย่อมดีเด่นทั้งด้าน เมตตามหานิยม โชคลาภ ซึ่งต่อมาท่านได้ใช้มวลสารนี้สร้างวัตถุมงคลชุดต่าง ๆ ของวัดถ้ำแฝดสืบทอดมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้

                   นอกจากนี้ยังได้นำมวลสารนี้มอบให้กับ พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ผ่านทางลูกศิษย์ ของท่าน ซึ่งได้มาติดต่อขอผงวิเศษจากหลวงพ่อสัมฤทธิ์ เพื่อจัดสร้างวัตถุมงคลชุดพิเศษที่ รู้จักกันดีในวงการพระเครื่อง คือ พระสมเด็จเผ่าเรื่องนี้สอบถามได้จากผู้เฒ่าผู้แก่ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน คือ พรานนวล และ สามเณรหลานชาย ซึ่งปัจจุบันนี้คือคุณอนุชิต เคนพันคร้อ รับราชการอยู่ ที่ กรมชลประทาน ดูแลรักษาระบบน้ำ ท่ามะกา และคงยังพำนักเป็นศิษย์วัดถ้ำแฝดมาจนถึงปัจจุบันนี้

ผู้ดูแลรักษาถ้ำตัวจริง

                   หลวงพ่อสัมฤทธิ์รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ในครั้งนี้  ท่านพิจารณาดูรูปเหมือนปู่ฤาษีและผงฤาษีที่กองสูงชัน ซึ่งเป็นไปตามลักษณะธรรมชาติที่ก่อตัวสะสมมานานนับร้อยปี ทอดสายตาไปท่ามกลางความมืดของถ้ำเบื้องหน้า เหมือนกำลังตัดสินใจกับเหตุการณ์เฉพาะหน้า เพราะเวลาก็คล้อยบ่ายมากแล้ว ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะพบอุปสรรคอะไรบ้างสำหรับการสำรวจในครั้งนี้

                   หลวงพ่อเล่าว่า ท่านได้ยืนหลับตากำหนดจิตอธิษฐานต่อ รูปเหมือนปู่ฤาษี เพื่อช่วยชี้ทางให้ พอท่านลืมตาขึ้นมาช้า ๆ จะว่าตาดฝาดหรืออะไรก็แล้วแต่ แว่บหนึ่งท่านเห็นเป็นเหมือนจุดแสงสว่างวาบจากหัวไม้เท้าปู่ฤาษีพุ่งเข้าสู่ภายในของถ้ำแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว

                   ดังนั้นหลวงพ่อสัมฤทธิ์จึงตัดสินใจ มุ่งเดินเข้าสู่ส่วนลึกของถ้ำโดยมีคณะศิษย์ตามไปติด ๆ เส้นทางเดินนั้นทอดลงสู่ต่ำลงไปในถ้ำเป็นระยะ  ระยะเดินไม่ต่ำกว่า 50 เมตร เงียบเสียจนรู้สึกอึดอัด เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนก้อนหินพอให้ได้ยินเป็นช่วง ๆ ขณะที่หลวงพ่อกำลังเดินไปเรื่อย ๆ นั้น หูแว่วเสียงคล้ายน้ำไหลอยู่ไม่ไกลจึงรีบสาวเท้าไปยังต้นเสียงในทันทีเหมือนกัน

                   ท่ามกลางความสลัวของแสงเทียนที่ส่องนำทาง ได้ปรากฏธารน้ำเล็ก ๆ โผล่ออกมาจากส่วนลึกของถ้ำ เป็นร่องน้ำไม่ใหญ่สามารถก้าวข้ามๆได้สบาย ๆ คงเป็นตาน้ำภายในถ้ำที่ผุดขึ้นมาจนกลายเป็นธารน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลอ้อยอิ่ง สำหรับสัตว์เล็ก ๆ ที่พอจะอาศัยดื่มกินได้

                   หลวงพ่อจึงอาศัยแนวธารน้ำเป็นเส้นทางสำรวจไปเรื่อย ๆ จนสุดธารน้ำที่หายไปในโพรงหินที่ทึบตันหลวงพ่อจึงยกเทียนส่องทางเพื่อหาแนวทางสำรวจต่อไป ขณะที่ยกต้นเทียนส่องสูงขึ้นเพื่อให้เห็นสภาพภายในถ้ำนั้นเอง หลวงพ่อได้พบกับดวงตาของสัตว์ชนิดหนึ่งแดงวาบเหมือนจ้องมองด้วยสายตาที่เฝ้าระวัง

                   อะไรอย่างหนึ่งกำลังขวางพาดปิดกั้นทางเดินภายในถ้ำ เหมือนไม่ประสงค์ให้เดินทางต่อไปข้างหน้าแสงเทียนกระทบกับลำตัวสีขาววาวมันเป็นเลื่อม ดวงตาจ้องเขม็งมาที่หลวงพ่อและคณะ ลำตัวยาวเกือบ 2 วา ใหญ่โตพอสะกดให้หลวงพ่อและคณะแทบจะก้าวขาไม่ออก ทั้ง ๆ ที่ยืนห่างจากกันเกือบ 10 เมตร หลวงพ่อเล่าว่าแทบจะไม่กล้าหายใจด้วยเกรงเสียงของมันจะไปกระตุ้นให้สิ่งนั้นเคลื่อนไหวจู่โจมเอาได้

                   งูจงอางขนาดใหญ่ นอนทอดขวางทางผ่านอยู่เบื้องหน้านั่นเอง คณะติดตามเห็นท่าไม่ดีเบียดเกาะจีวรหลวงพ่อ เพื่อขอบารมีความคุ้มครองจากผ้าเหลืองดีกว่า หลวงพ่อเองก็คาดไม่ถึงว่าจะพบอะไรที่น่าหวาดหวั่นเช่นนี้ เมื่อนึกถึงนิมิตและสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาในขณะนี้ จึงคาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกัน เพราะพญางูใหญ่ในคืนแรกที่ท่านมาจำวัดในถ้ำแฝด ได้กล่าวอนุญาตมอบของกายสิทธิ์ที่อยู่ในเทือกเขานี้ให้แก่ท่านเมื่อถึงเวลาอันสมควร ชรอยคงเป็นสิ่งบอกเหตุหรือนำทางให้ไปพบของศักด์สิทธิ์ที่ท่านตามหาอยู่ก็ได้

                   อธิษฐานบารมี ได้ถูกนำมาใช้อีกครั้งหนึ่ง หลวงพ่อได้กล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพญางูที่ท่านเคยพบนานมาแล้วว่า บัดนี้อาตมาภาพกำลังติดตามหาของกายสิทธิ์บางอย่างอยู่ หากแม้นจะมีวาสนาต่อกันแล้ว ขอให้พญางูเปิดทางให้ด้วย หากแม้นจะไร้วาสนาก็จะขอเดินทางกลับ โดยไม่ฝืนติดตามหาอีกต่อไป จนกว่าจะได้นิมิตอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เป็นการเปิดทางให้

                   เมื่อหลวงพ่อสัมฤทธิ์อธิษฐานดังนั้นแล้ว เรื่องแปลกประหลาดก็บังเกิดตามขึ้นมาทันที ท่านเล่าว่าเหมือนพญางูนั้นจะเข้าใจในสื่อที่ท่านอธิษฐานบอก มันยกหัวสูงขึ้นมานิดหนึ่ง ผงกหัวขึ้นลงอยู่ 3 ครั้ง แล้วหมุนตัว เลื้อยนำไปทางลาดชันอีกทางหนึ่งทันที หลวงพ่อเห็นดังนั้นก็เลยสาวเท้าติดตามไปทันที ทางเดินนั้นเดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำ ทอดยาวไปเรื่อย ๆ คิดว่าไม่ต่ำกว่า 30 เมตร ได้พบเหมือนปากถ้ำขนาด 4 คนเดินเรียงแถวหน้ากระดานเข้าไปได้

พบธาตุกายสิทธิ์เหล็กไหล

                   พอคณะของหลวงพ่อขึ้นมาถึงปากถ้ำ ก็ไม่เห็นพญางูตัวนั้นเสียแล้ว ไม่รู้หายไปทางไหน จึงได้เดินไปตามทางลึกเข้าไปในถ้ำ พบว่าโปร่งโล่งอากาศถ่ายเทได้ดี มีลมพัดสวนเข้ามา เดินไปไม่ไกล ได้พบโคนไม้ใหญ่ที่มีเถาวัลย์พัน ยอดไม้โผล่สูงขึ้นไปบนอากาศ เป็นเหมือนปากปล่องถ้ำที่สูงมากเกินกว่าจะปีนขึ้นไปถึง แสงสว่างข้างนอกเริ่มอ่อนลง แต่พอเห็นภายในถ้ำได้ชัดเจน

                   จึงได้หาสถานที่บนเนินหินภายในถ้ำนั่งพักผ่อนเอาแรงก่อน ส่วนสายตาของหลวงพ่อก็สอดส่ายพิจารณาสภาพในถ้ำไปเรื่อย ๆ  เห็นปากถ้ำอยู่สูงขึ้นไป ภายในถ้ำระเกะระกะไปด้วยก้อนหินใหญ่น้อยทอดต่ำลงไปเรื่อย ๆ แสงสว่างภายนอกสาดส่องไปกระทบผนังถ้ำด้านหนึ่งชวนให้พิศวง เพราะเหมือนหินส่วนหนึ่งภายในผนังถ้ำเป็นสีดำมันวาวเมื่อกระทบแสงสว่างจากภายนอก รู้สึกสะดุดตาชอบกล หลวงพ่อท่านนั่งมองจุดนั้นอยู่นาน ในใจก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบ

                   พอหายเหนื่อยแล้ว ท่านจึงได้เดินตรงไปสำรวจในจุดที่ท่านหมายตาทันที อาศัยการปีนป่ายนิดหน่อย ท่านก็มายืนอยู่ใต้ผนังที่ท่านเฝ้าสังเกตอยู่ ท่ามกลางผนังหินตรงนั้น มีก้อนแร่ประหลาดสีดำแทรกตัวอยู่ ท่านลองเอามือลูบคลำดู รู้สึกว่าเย็นอย่างประหลาด ผิวของมันเป็นปุ่ม ๆ เล็กบ้างใหญ่บ้าง หลวงพ่อจึงเอามีดหมอที่ติดตัวมาขูดผิวหินสีดำดู

                   ทันใดนั้นหลวงพ่อถึงกับอุทานขึ้นมาด้วยเสียงอันดังแกมตกใจว่า เฮ้ยเพราะมีดที่ท่านตั้งใจจะมาขูดผิวนั้น ได้ถูกพลังจากก้อนหินนั้นดูดติดอย่างแรง มันเป็นเหมือนพลังแม่เหล็กแต่แรงกว่ามาก จนท่านต้องออกแรงดึงมีดเล่มนั้นเก็บเข้าย่ามทันที แล้วลองเอาโลหะอื่นเช่น พวงกุญแจเข้าไปใกล้ก้อนแร่เหล่านั้น ปรากฏว่าถูกก้อนแร่เหล่านั้นดูดติดแน่นทันที

ต้นตำนานเหล็กไหลฤาษี

                   หลวงพ่อจึงได้จัดเตรียมสิ่งของที่ได้จัดเตรียมไว้ล่วงหน้า ทำพิธีพลีกรรมขอจากเจ้าถ้ำทันที อาศัยธูปเทียนและจิตที่มั่นคงในสมาธิ ทำการสื่อกับเทพผู้รักษาแร่กายสิทธิ์เหล่านี้ เพื่อขออนุญาตนำไปทำประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาสืบไป หลังจากนั้นท่านได้เจริญพุทธมนต์และเจริญภาวนา แผ่เมตตาและขอนำเอาสิ่งเหล่านี้กลับไปที่วัด

                   เมื่อคลายจากสมาธิแล้ว หลวงพ่อจึงได้สำรวจโดยละเอียดอีกที พบว่าส่วนที่เป็นเหมือนแร่โลหะที่มีพลังแม่เหล็กนี้ มีอยู่ไม่มาก แต่ฝังตัวอยู่ในซอกหินจนดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของผนังถ้ำ ส่วนที่เป็นแร่สีดำนี้มีบริเวณไม่กว้างแต่ยาวเพียงประมาณ 2 เมตรเศษ อีกส่วนหนึ่งเป็นสีขาวขุ่นคล้ายแร่สังฆวานรแทรกปนอยู่ไม่มาก ท่านจึงได้ให้ลูกศิษย์นำสกัดและฆ้อนมาตอกสกัดแยกเอาส่วนที่เป็นแร่สีดำออกมาได้ ประมาณ 1 กระสอบปุ๋ย เป็นก้อนเล็กบ้างใหญ่บ้าง เหมือนก้อนแร่ทั่วไป นำกลับไปวัดก็ค่ำมืดพอดีเหมือนกัน

                   หลังจากสรงน้ำแล้ว จึงได้นำเอาก้อนแร่เหล่านี้เข้าไปไว้ในกุฎิ พักผ่อนพอหายเหนื่อย ก็เลยสวดมนต์ทำวัตรค่ำ แล้วนั่งสมาธิแผ่เมตตาอีกครั้งหนึ่ง ได้เวลาสมควรจึงได้จำวัด และในคืนนั้นเองได้พบเห็นมาณพหนุ่มที่กลายร่างจากพญางู ได้เข้ามากราบท่านและพูดขึ้นว่า บัดนี้ข้าพเจ้าขอมอบถวายแร่ธาตุกายสิทธิ์เหล็กไหล ที่ข้าพเจ้าและบริวารได้เฝ้ารักษาอยู่ภายในเทือกเขาแห่งนี้แด่หลวงพ่อ เมื่อถึงเวลาปู่ฤาษีผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริงจะมาบอกวิธีใช้ให้ ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้เฝ้ารักษาของกายสิทธิ์เหล่านี้ไว้ เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีบารมีเกี่ยวข้องกันมาก่อน

                   จากการค้นพบ เหล็กไหล ชนิดใหม่นี้ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ท่านกล่าวว่า เหล็กไหลนี้เป็นธาตุขันธ์ ของเหล็กไหลที่เคยไหลไปไหลมาแต่เทพพรหมผู้ปกปักรักษาเหล็กไหล อันได้แก่มหาฤาษีผู้บำเพ็ญฌาณได้สำเร็จสมาบัติจนไปเกิดเป็นพรหมฤาษีแล้ว จึงได้ทิ้งธาตุขันธ์เหล่านี้ไว้ตามซอกถ้ำบางแห่ง เป็นเหล็กไหลที่เราเสาะแสวงหากัน เพียงแต่อยู่ในสภาวะที่ไม่ยืดไม่หดได้อีกแล้วเท่านั้น เหมือนมีจิตแต่ไม่มีวิญญาณของเทพผู้รักษาอยู่ประจำ จนกว่าเราจะจัดบูชาให้ถูกต้อง ท่านก็จะมาปกปักรักษาอยู่ เป็นประจำ

                   เพราะเหตุว่า ผู้รักษาเหล็กไหลชุดนี้เป็นมหาฤาษีผู้มีฤทธิ์ จึงได้ขนานนามว่า เหล็กไหลฤาษีเมื่อหลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้มีวาสนาไปพบเข้า จึงได้ทำพิธีพลีกรรมบวงสรวงขอจากเทพผู้ปกปักรักษาธาตุ กายสิทธิ์เหล่านั้น มาจัดสร้างเป็นวัตถุมงคล หรือ เครื่องรางของขลัง เพื่อสมนาคุณตอบแทนผู้มีจิตศรัทธาในการบริจาคทรัพย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

                   ดังนั้นผู้ที่มีจิตละเอียดย่อมสัมผัสกับความเร้นลับเหล่านี้ได้ดี หลายครั้งที่ท่านได้แสดงอานุภาพและปาฏิหาริย์ให้ปรากฏแก่ผู้ที่ลังเลสงสัยได้สัมผัสแก่ตา และกายใจ ดังเรื่องราวและประสพการณ์จากบุคคลหลาย ๆ ท่านที่ได้นำมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวให้เราได้ศึกษากัน

ที่มา วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี

@@@@@@@@@____________@@@@@@@@@

ความคิดเห็น

  1. 1
    เดียวครับ
    เดียวครับ harajingi_1234-@hotmail.com 02/03/2011 18:41
    ศรัทธา ครับ
  2. 2
    เณร
    เณร 12/11/2009 12:52
    ศรัทธาครับ

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สินค้า

สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
สินค้าโปรโมชั่น
 ชุด สมเด็จวัดระฆัง-บางขุนพรหม
 ชุด หลวงปู่ทวด
 ชุด หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
 ชุด หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ระยอง
 ชุด เครื่องราง-ของขลัง
 ชุด หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี
 ชุด ครูบากฤษณะ วัดป่ามหาวัน
 ชุด พ่อปู่ฤาษี ฤาษี พ่อแก่
 ชุด ท้าวเวสสุวรรณโณ
 ชุด พญาครุฑ
 ชุด มีดหมอ
 ชุด ตะกรุด
 ชุด กุมารทองเทพ
 ชุด พระพิฆเณศ
 ชุด ขุนแผน/ยอดขุนพล
 ชุด พระปิดตา
 ชุด พญานาค - เจ้าปู่ศรีสุทโธ
 ชุด พระกริ่ง
 ชุด ผ้ายันต์
 ชุด หนุมาน
 ชุด หน้าพรานบุญ
 ชุด เหรียญ
 ชุด พระเหรียญ ภาคเหนือ
 ชุด พระเหรียญ ภาคกลาง
 ชุด พระเหรียญ ภาคอีสาน
 ชุด พระเหรียญ ภาคใต้
 ชุด พระเหรียญ ภาคตะวันออก
 ชุด พระเหรียญ ภาคตะวันตก
 ชุด รูปหล่อ-ลอยองค์
 ชุด พระผง ดิน ว่าน
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคเหนือ
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคกลาง
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคอีสาน
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคใต้
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคตะวันออก
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคตะวันตก
 ชุด ล็อคเก็ต/รูปถ่าย
 ชุด พระเนื้อชิน
 ชุด เนื้อแร่ธาตุกายสิทธิ์
 ชุด พระราหู
 ชุด พระบูชา
 ชุด รูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง
 ชุด เหรียญรัชกาล/เหรียญที่ระลึก
 ชุด สัตว์มงคลในตำนานจีน
 ชุด อาจารย์สายฆราวาส
 ชุด วัตถุมงคล เปิดจอง
 ชุด วัตถุมงคล ปิดจอง
 ชุด วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี
 ชมรมศิษย์เก่าช่างกลสยาม

จดหมายข่าว

อีเมล์

ปฎิทิน

« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

นาฬิกา

Alternative content

พระเครื่อง เอกเทพจำแลง สาย 4




โรงพิมพ์ ปราโมทย์

รับจำนอง-ขายฝาก

จิปาถะ

อาหารสุนัข

กล้องวงจรปิด

ศูนย์รวมกล้อง ดิจิตอล

อุปกรณ์ตกแต่งรถ

ผลิตภัณฑ์จากสแตนเลศ

ร้านเค้กกระทรวง

โฆษณาว่าง

โฆษณาว่าง

 หน้าแรก

 วัตถุมงคลของเรา

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รูป

 ประกาศซื้อขายฟรี

view