http://www.thepjamlang.com
  

 หน้าแรก

 รวมวัตถุมงคล

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 Blog

 รูป

ประกาศซื้อขายฟรี

 ติดต่อ

สถิติ

เปิดเว็บ08/08/2008
อัพเดท27/04/2017
ผู้เข้าชม11,930,095
เปิดเพจ15,934,857
สินค้าทั้งหมด3,187

บริการ

หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รูป
ข่าวสารมาอย่างแรง
Blog
แซท
ประมูลวัตถุมงคล
ลงประกาศซื้อขายฟรี
วัตถุมงคลของเรา
วัตถุมงคลแนะนำ
สมัครสมาชิก
สิทธิพิเศษในการสมัครสมาชิก
สมุดเยี่ยม
ตรวจสอบของฝากส่งทางไปรษณีย์
ดาวน์โหลด แผนที่ร้าน
*** แจ้งสถานะการจัดส่งวัตถุมงคลด่วน EMS
*** แจ้งสถานะการสั่งบูชาทางระบบเว็บร้าน
พระสมเด็จ
พระปิดตา
พระเหรียญ
พระเนื้อผง-ดิน-ว่าน
เขี้ยว-งา-กะลา-แกะ
พระตั้งบูชา

สมเด็จพระสังฆราช ๑๙ พระองค์

องค์ที่ ๑ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศรี)

องค์ที่ ๒ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศุข)

องค์ที่ ๓ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (มี)

องค์ที่ ๔ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร)

องค์ที่ ๕ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน)

องค์ที่ ๖ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (นาค)

องค์ที่ ๗ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พระองค์เจ้าวาสุกรี)

องค์ที่ ๘ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (พระองค์เจ้าฤกษ์)

องค์ที่ ๙ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว)

องค์ที่ ๑๐ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ)

องค์ที่ ๑๑ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า (หม่อมเจ้าภุชงค์)

องค์ที่ ๑๒ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว)

องค์ที่ ๑๓ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์)

องค์ที่ ๑๔ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ)

องค์ที่ ๑๕ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถระ)

องค์ที่ ๑๖ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี)

องค์ที่ ๑๗ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร)

องค์ที่ ๑๘ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน)

องค์ที่ ๑๙ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน)

วิธีลำดับ สมณศักดิ์ พระสงฆ์ไทย

ประวัติ วัด-ครูบาอาจารย์

พระธรรมสิทธิมงคล (พ่อท่านฉิ้น โชติโก) วัดเมืองยะลา

พ่อท่านพระมหาอุทัย วิมโล วัดดอนศาลา พัทลุง

หลวงปู่รอด ฐิตฺวิริโย (พระครูสถิตวีรธรรม) วัดสันติกาวาส พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ (พระครูญาณวิลาศ) ยอดเกจิอาจารย์แห่งเมืองเพชรบุรี

หลวงพ่อสุด พระครูสมุทรธรรมสุนทร (สุด สิริธโร) วัดกาหลง เมือง สมุทรสาคร

หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง

พระอาจารย์อำนาจ อาทิตตฺวณฺโณ สำนักสงฆ์เขาสามล้าน ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ ชุมพร

หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม (พระครูวินัยวัชรกิจ) วัดตาลกง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป วัดป่าปทีปปุญญาราม อำเภอ อากาศอำนวย สกลนคร

พระพุทธวิริยากร (หลวงพ่อตัด ปวโร ) วัดชายนา อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

หลวงพ่อเพี้ยน อคฺคธมฺโม วัดเกริ่นกฐิน ต.บ้านชี อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

พระอาจารย์สมชาย ฐิตธมฺโม (พระครูสุวรรณธรรมาภิมณฑ์็) เจ้าอาวาส วัดไผ่แปลกแม่ จังหวัดสุพรรณบุรี

พระอาจารย์มานะ กตปุญโญ วัดเทพคีรีวงศาราม (เขาชานหมาก) ต.จระเข้สามพัน อู่ทอง สุพรรณบุรี

ครูบาสุบิน สุเมธโส พระผู้ขมังเวทย์แห่งแผ่นดินล้านนา ด้วยมนตราอันศักดิ์สิทธิ์

หลวงพ่อวีระ จนฺทธมฺโม เจ้าอาวาส วัดสมอลม เมือง สุพรรณบุรี

หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คัมภีโร (พระครูกาญจนกิจจาทร) อดีตเจ้าอาวาส วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี

พระครูนันทเจติยาภิบาล (ครูบาโต) วัดพระธาตุสุนันทา เชียงใหม่

พระครูอุทัยธรรมสาคร (หลวงพ่อมาลัย) วัดบางหญ้าแพรก พระอาจารย์ของตี๋ใหญ่

พระอธิการอดิเรก อุปคุตฺโต (พระอาจารย์ หนึ่ง) วัดท่าโขลง ลพบุรี

พระครูสิทธิกาญจนกิจ (พระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณ) วัดถ้ำแฝด ท่าม่วง กาญจนบุรี

งานบุญต่างๆ และพิธีกรรม

พระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณ สาวน้ำตาเทียนสะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าเคราะห์กรรม ล้างอาถรรพณ์

ขอเชิญร่วมพิธีฉลองสมณศักดิ์-พัดยศ พระครูสิทธิกาญจนกิจ วัดถ้ำแฝด ท่าม่วง กาญจนบุรี

ขอเชิญท่านสาธุชนโครงการ "ไผ่ต่างปล้อง สำรองบุญ เกื้อหนุนพระศาสนา" วัดมโนธรรมาราม (นางโน)

ขอเชิญร่วมเททองหล่อพระสมเด็จองค์ปฐม ณ วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ เมือง สมุทรสาคร

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี สร้างวิหารพระศรีอริยะเมตตรัย ณ วัดถ้ำแฝด อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ขอเชิญทุกท่านร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี ณ.วัดท่าโขลง ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

ภาพพิธีปลุกเสก กุมารทองพรายขวัญใจ ณ.วัดท่าเจริญ บางปลาม้า สุพรรณบุรี

ขอเชิญร่วมพิธีบูชาครู ประจำปี 2553 ณ วัดมโนธรรมาราม (นางโน) ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ขอเชิญร่วมทำบุญ ลอดโบสถ์ พระประธาน 5 องค์ ใหญ่ ณ วัดสมอลม อำเภอเมือง สุพรรณบุรี

งานพิธีไหว้ครู-ครอบครู วัดสมอลม เมือง สุพรรณบุรี ปี 2555

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษจิกายน 2558 ณ วัดหนองขุม สุพรรณบุรี

ตำนาน พุทธภูมิ-พระโพธิสัตว์

หลักธรรมนำชีวิต

วัตถุธาตุ สิ่งเร้นลับ

ประวัติแห่ง อนุพุทธ

เกี่ยวกับ องค์พระพิฆเนศ

ทำนายทายทัก

วันเกิดสื่อถึงวิญญาณ

เคล็ดลับการเสริมดวงของคุณ

วันเกิดถูกควบคุมโดยเทพองค์ใดบ้าง

คนที่เกิดในแต่ละเดือน มีอวัยวะที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

เลือกเดือนเกิดของคุณได้เลย..........เม่นมาก

อัญมณีเสริมชีวิต

อาชีพตามธาตุ

เลือกของใส่บาตรตามวันเกิดของคุณ

ปัจจัยทางฮวงจุ้ยที่ทำให้ธุรกิจการงาน และการเงิน ประสพปัญหา

คำขอขมาลาโทษทั้ง ๓๑ ภูมิ

ราศีของเรา มีผลต่อน้ำหนักตัว จริงหรือไม่ ??

ฮวงจุ้ยกระตุ้นความรัก (หนุ่มๆ สาวๆ ห้ามพลาด)

ทำนายตามวัดเกิด...แม่นแบบไม่น่าเชื่อ..???

ทำทรงผมใหม่ เสริมดวงชะตา ตามวันเกิด

เลขตัวสุดท้ายในบัตรประจำตัวประชาชนของทุกคน สามารถบอกได้ว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง ?

ทายนิสัยจากอาหารเส้น (เส้นก๋วยเตี๋ยว)

ดูดวง ปี 2553 (12 ปีนักษัตร)

การทำบุญไหว้พระบูชาเทพตามปีเกิด 12 นักษัตร

ดูดวง ปี 2555 (12 ปีนักษัตร)

9 ข้อห้าม ที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีน

ดูดวง ปี 2556 (12 ปีนักษัตร)

ที่มาของพญานาค

เอก เทพ จำแลง

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

ตำนาน เหล็กไหล

ตำนาน เหล็กไหล

ตำนานเหล็กไหล

เหล็กไหล คือ ก้อนแร่เหล็กบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ได้รับการอธิษฐานบรรจุฤทธิ์ โดยพระฤาษีผู้ทรงฌาณชั้นสูง เพื่อธำรงคุณงามความดี โดยมีธาตุกายสิทธิ์เป็นผู้คอยช่วยเหลือผู้ที่มี ความทุกข์ยากให้พ้นภัย จัดเป็นธาตุกายสิทธิ์ชนิดหนึ่งที่มีรังสีหรือพลังปราณที่ทรงอำนาจในการป้องกันตัว  และสิ่งที่อยู่ ใกล้ตัว ให้พ้นจากภัยอันตรายอันเกิดจากอาวุธปืนหรือของมีคม เป็นสสารที่มีชีวิตเป็นอมตะและหายากยิ่ง ต้องมีพิธีกรรมมากมายกว่าจะได้มา  ฉะนั้นเหล็กไหลจึงเป็นวัตถุอาถรรพณ์ที่ มีราคาแพง เพราะเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและเป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่า เหล็กไหลมีอานุภาพยอดเยี่ยม สามารถคุ้มครองชีวิตคนที่มีเหล็กไหลพกติดตัว และจะได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัยจากอุบัติภัยร้ายแรงรวมถึงอาวุธร้ายแรงนานาชนิดได้อย่างอัศจรรย์นั่นเอง

กำเนิดเหล็กไหล
ย้อนกาลเวลาไปนานแสนนาน ในสมัยอสงไขยแสนกัลป์กาลก่อนโน้น มหาฤาษีกไลโกษฐ์ผู้สำเร็จญาณสมาบัติ เป็นผู้เพ่งฌาณเรียกแร่ธาตุชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะแข็งตัวได้ หลอมเหลวได้ สลายตัวได้และรวมตัวได้ มีลักษณะเหมือนเหล็กแต่ไม่ใช่เหล็ก ท่านเรียกให้มารวมตัวกันอยู่ตามถ้ำตั้งแต่สมัยแอตแลนติสซึ่งเคยมีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในยุคนั้น แต่ได้ล่มสลายหายไปจากแผนที่โลก เชื่อกันว่าทวีปนี้ได้จมหายไปในมหาสมุทรเมื่อคราวน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่ และโนอาได้เป็นผู้สร้างเรือใหญ่หนีน้ำท่วม ตามเรื่องราวที่ได้ถูกบันทึกอยู่ในคัมภีร์โบราณ 

             นอกจากนี้ยังมีท่านมหาฤาษีกัสสปและเหล่ามหาฤาษีผู้ทรงฌาณสมาบัติบรรลุ อภิญญาสูงสุด ท่านก็เป็นผู้ที่ได้เพ่งฌาณเรียกแร่ดังกล่าวมารวมกันที่ผนังถ้ำ เพื่อเป็นที่พำนักของวิญญาณ ได้เล็งเห็นด้วยอำนาจทิพยจักษุญาณว่า ภายใต้แผ่นดินนี้ลึกลงไปประมาณ 3 กม. มีแหล่งรวมของธาตุกายสิทธิ์มากมายหลายชนิด หล่อหลอมเหลวปะปนรวมกันอยู่ ในใจกลางโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในโลกวิทยาศาสตร์ ว่า  ลาวานั่นเอง แต่ภายใต้หินลาวาเหล่านั้นมี แร่เหล็กชนิดหนึ่งสมบูรณ์ด้วยคุณภาพ และเยี่ยมยอดเหนือกว่าเหล็กชนิดอื่น 

มหาฤาษีผู้ทรงฤทธิ์อภิญญา จึงใช้พลังจิตด้วยฤทธิ์อภิญญาของท่านดึงเอาแร่เหล็กดังกล่าวขึ้นมาจากใต้ลาวา อธิษฐานจิตให้เป็นของศักดิ์สิทธิ์สุดวิเศษ มีอำนาจกายสิทธิ์ มีฤทธิ์ คุ้มครองปกป้องสรรพภัยได้อย่างอัศจรรย์ ดัวยพลังอำนาจจิตชั้นสูงปลุกเสกบรรจุไว้ด้วยอำนาจแห่งฤทธิ์ของมหาฤาษี นั้น จากนั้นได้ใช้อำนาจอิทธิฤทธิ์ตัดเหล็กวิเศษออกทำเป็นรูปเคารพของตน เช่น รูปพระอิศวร รูปพระนารายณ์ รูปพระพรหม แล้วอัดพลังเจโตสมาธิหรือพลังฌาณเข้าไปพร้อมกับอธิษฐานให้เกิดความศักดิ์สิทธิ

แต่ก็มีมหาฤาษีบางตนมีศรัทธาแก่กล้า เข้าฌาณเต็มอัตราแล้วถอดจิตหรืออาตมันของตนเองด้วยมโนมัยฤทธิ์ เข้าไปอยู่ในเทวรูปเหล็กวิเศษนั้นเลย ทีเดียว ถือว่าเป็นการสละชีวิตบูชาองค์พระผู้เป็นเจ้าตามลัทธิความเชื่อถือ  ฤาษีตนอื่นเห็นเข้าก็เอาแบบอย่าง เพราะถือว่าเป็นกุศลสูงสุดที่ได้เอาดวงจิตเข้าร่วมปรมาตมันของพระผู้เป็นเจ้าโดยทางลัด

             ต่อมาฤาษีอื่น ๆ เห็นว่าการถอดจิตเข้าในเทวรูปนั้นมีมากแล้ว น่าจะเข้าสิงสู่ในรูปแบบอื่น ๆ ที่จะยังคงขลังและศักดิ์สืทธิ์เหมือนเดิม เพื่อให้สาธุชนได้ไว้สักการะบูชาเพื่อความเป็นศิริมงคล  คุ้มครองป้องกันชีวิตและทรัพย์สมบัติ

             ดังนั้นฤาษีผู้บำเพ็ญญาณอื่น ๆ ที่บำเพ็ญบารมีถึงขั้นพรหมในถ้ำต่าง ๆ จึงได้ถือเป็นแบบอย่างสืบทอดกันมา ก็จะทำการเพ่งฌาณเรียกเอาแร่ธาตุกายสิทธิ์ดังกล่าวให้ไหลมารวมตัวกันเป็นสังขารอมตะ สำหรับวิญญาณซืมสิง เมื่อกายเนื้อได้แตกดับทำลายลงไปตามกาลเวลา  ด้วยเหตุนี้ตามถ้ำต่าง ๆ จึงมีเหล็กไหลซุ่มซ่อนแฝงเร้นกายสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

             นับได้ว่าเป็นต้นแบบของเหล็กไหลที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก จนในกาลต่อมาได้เป็นคติ นิยมสืบทอดกันมาในทางพระพุทธศาสนา ที่ผู้สำเร็จฌาณอภิญญาชั้นสูง นิยมถอดจิตตนเองด้วยวิธี มโนมยิทธิ  เข้าสิงในรูปปั้นพระพุทธปฏิมากร แล้วอธิษฐานให้พระพุทธรูปนั้นลอยไปตามน้ำ เห็นสถานที่ใดเหมาะสมที่จะให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชา ชาวบ้านก็จะทำพิธีบวงสรวงชักลากขึ้นไปสักการบูชาได้สำเร็จ เช่น หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดไร่ขิง หลวงพ่อบ้านแหลม หลวงพ่อทอง เป็นต้น

เหล็กไหลนี้จึงเปรียบได้กับร่างกายของท่านมหาฤาษีทั้งหลาย ที่มีวิญญาณอันเป็นอมตะของท่านมหาฤาษีครองอยู่ จึงได้เกิดอภินิหารเหนือสิ่งมีชีวิตทั้งปวง จนบางครั้งมีผู้เรียกขานกันว่า
ธาตุกายสิทธิ์

เหล็กไหลธาตุกายสิทธิ์


คำว่าธาตุกายสิทธิ์นั้น หมายถึง วัตถุธาตุบางชนิดที่ปรากฏอยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ ประกอบไปด้วยพลังงานอันมหาศาล อันเกิดจากเจตสิกผู้ครอบครองธาตุนั้นแฝงเร้นอยู่ ใช้สำหรับป้องกันภัยให้กับตนเองโดยธรรมชาติ  แต่บางครั้งไม่ได้ปรากฏให้เห็นชัดเจน กลับซืมลึกลงไปอยู่ใต้พื้นผิวโลก ตามป่าตามเขา ตามถ้ำ แม้แต่ห้วยหนอง คลองบึง รอจนกว่าผู้ที่มีภูมิจิตภูมิธรรมสูงไปพบเข้าแล้วหยิบยกเอาธาตุกายสิทธิ์เหล่านี้มาใช้ประโยชน์ เพื่อมวลมนุษยชาติและปกป้องคุ้มครองคนหมู่มาก ดังนั้นจึงเชื่อกันว่า เหล็กไหลจัดเป็นธาตุกายสิทธิ์ชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยธาตุที่สำคัญดังนี้

1.   ธาตุเหล็ก คือ ธาตุหลักเนื่องจากมีความแข็งแกร่งมากที่สุดในยุคนั้น

2.   ธาตุดิน ที่ถูกความอัดแน่นของโลก จนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาเป็นหินสีต่าง ๆ เช่น เพชร นิล จินดา อัญมณีหลากสี

3.  ว่านมหามงคล ที่มีฤทธิ์อำนาจในตัว เช่น ว่านต่าง ๆ ไพรดำ ซึ่งเป็นพืชที่ดูดซับเอาพลังต่าง ๆ จากผืนดินเก็บสะสมเอาไว้ในตนเอง จนเกิดฤทธิ์เดช

4.   ปรอท หรือธาตุอื่น ๆ ที่สามารถเคลื่อนไหว หรือเคลื่อนที่ได้ด้วยตนเอง โดยการอ่อนตัวแล้วกลิ้งไหลไป มีฤทธิ์อำนาจทางความยืดหยุ่น หรือหดตัวเองได้ หลีกภัยได้เร็ว ปรับสภาพตนเองให้เป็นไปในลักษณะต่าง ๆ ได้

              ดังนั้นแร่เหล็กที่อยู่ภายใต้ลาวานั้น ย่อมได้รวบรวมเอาสรรพสิ่งจากธาตุ กายสิทธิ์ทั้งหลายเหล่านั้นรวมกันไว้ในตัวเอง คือมีฤทธิ์ในการปกป้องตนเองให้พ้นจากภัยในทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้นเมื่อมหาฤาษีได้ใช้อิทธิฤทธิ์ดึงธาตุเหล่านี้ขึ้นมา แล้วถอดจิตด้วยฌาณสมาบัติเข้าแฝงตนอยู่ในธาตุ กายสิทธิ์เหล่านี้ เพื่อฝึกฝนปฏิบัติทางจิตให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป จึงทำให้เจตสิกของผู้ทรงฌาณนั้นเกิดพลังอันมหาศาล แม้แต่จะงอเหล็กก็ยังได้  จนมนุษย์ได้ค้นพบสิ่งเหล่านี้เข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่ทราบว่ามันคืออะไร ก็เลยเรียกกันว่า เหล็กไหลตามสภาวะการแสดงอิทธิ์ฤทธิ์ที่ปรากฏต่อสายตาในขณะนั้นนั่นเอง คือลักษณะเหมือนก้อนเหล็กที่ยืดตัวได้ มีสีสรรต่าง ๆ กันหลายรูปแบบ เหล็กไหลจึงเป็นธาตุ กายสิทธิ์ที่ ทรงอิทธิฤทธิ์ จนกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่ผู้คนแสวงหาไม่รู้จักจบมาทุกยุคทุกสมัยตราบจนเท่าทุกวันนี้

              เหล็กไหลมีหลากหลายชนิด ลักษณะเป็นเนื้อโลหะสีมันวาวสะท้อนแสงได้ดี แข็งมีน้ำหนักเหมือนโลหะทั่วไป สนิมไม่กินเนื้อ มีพลังอำนาจในตัว ทางธรณีวิทยาเราจัดเป็นแร่ ประเภทหนึ่ง แต่ คนโบราณได้ค้นพบธาตุกายสิทธิ์เหล่านี้ขึ้นมา โดยการอนุมานจากอนุภาคธรรมชาติ ที่แสดงตนออกมาตามสภาพที่พบเห็นแล้วเรียกมันว่า เหล็กไหลเช่น ยืดได้หดได้ด้วยตนเอง ไหลยืดออกมาเป็นทางยาว ดับความร้อนได้ ชอบกินน้ำผึ้ง มีฤทธิ์ทำลายฟอสฟอรัสหรือหัวไม้ขีดให้หมดสภาพไปได้ คือจุดไม่ติด เมื่อมีการทดลองให้ประจักษ์แก่สายตาในอิทธิ์ฤทธิ์ปาฎิหาริย์ จึงทำให้เกิดมีความปรารถนาและมี ความต้องการสูง มีการติดต่อซื้อขายกันในราคาที่ค่อนข้างสูง คิดตามน้ำหนักเป็นบาทหรือเป็นชิ้นเป็นองค์ในราคาหลักร้อยล้านกันขึ้นไป                 

              ดังนั้น เหล็กไหล จึงเป็นที่ปรารถนาและใฝ่ฝันของคนทั่วไป แม้บางที่จะต้องเสี่ยงภัยถึงขั้นเอาชีวิตแลกก็ยอม  เรื่องราวของเหล็กไหลจึงดูเหมือนเป็นเรื่องลี้ลับซับซ้อน และหลายคนคงอยากจะรู้เหมือนกันว่า เหล็กไหลคืออะไรกันแน่ ?เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เหล็กไหลที่ทรงอิทธิฤทธิ์นี้ มีจริงหรือไม่ ? จึงเป็นปรัศนีที่ท้าทายความกระหายใคร่อยากรู้ตามลักษณะวิสัยของมนุษย์ จึงทำให้ต้องเที่ยวหาคำตอบจากผู้รู้ทั้งหลาย หรือผู้มี ประสพการณ์ที่มีความรู้ที่พึงเชื่อถือได้ จนกลายเป็นตำนาน เหล็กไหลที่เล่าขานที่สืบทอดกันมาแต่สมัยโบราณตราบถึงปัจจุบัน บางครั้งก็มีผู้ขนานนามว่า ธาตุน้ำนมพระแม่ธรณี

ธาตุน้ำนมพระแม่ธรณี

              พระแม่นางธรณีเป็นผู้รักษาแผ่นดินโลก และสิ่งที่เป็นของแข็งอยู่ในโลกเรานี้จึงได้ถูกเรียกว่า ธาตุดินดังนั้น เหล็กไหลจึงจัดเป็นธาตุกายสิทธิ์ที่เกิดขึ้นมาจากธาตุ ของ พระแม่นางธรณีนั่นเอง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของผิวโลกในหลายศตวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดย่อมก่อให้เกิดการเคลื่อนที่ของแร่ธาตุต่าง ๆ ตามกฎของธรรมชาติ

              เหล็กไหลประเภทต่าง ๆ ที่อยู่ตามป่าเขา ตามถ้ำจึงได้เริ่มปรากฏตัวสู่โลกภายนอกในรูปแบบต่าง ๆ ส่วนเหล็กไหลที่เกิดจากปล่องภูเขาไฟระเบิด ตัวแร่เหล็กไหลจะอยู่ ใจกลางก้นบ่อของภู เขา และจากความร้อนแรงที่หลอมละลายอยู่ภายใจกลางโลก จึงทำให้แร่ธาตุต่าง ๆ รวมตัวเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการไหลรวมตัวกับแร่ธาตุอื่น ๆ อีกหลายชนิด

              ธาตุเหล็กไหลนี้จัดได้ว่า มีชีวิตจิตวิญญาณ และเป็นธาตุกายสิทธิ์ ด้วยว่ามันมี พลังงานอยู่ ในตนเองสูงมาก พลังงานนี้จะเทียบเท่ากับน้ำหนักหรือแรงกด เหมือนกับสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ๆ จนบางครั้งยกไม่ขึ้น หรือยกขึ้นไม่ไหว นี่แหละคือคุณค่าพิเศษของธาตุกายสิทธิ์ชนิดนี้ จึงจัดเป็นธาตุที่หาได้ยากมาก จะอยู่ตามถ้ำ ตามหน้าผา หุบเขา หรือภูเขา บางครั้งเราเรียกกันว่า ธาตุน้ำนมของพระแม่นางธรณีด้วยเกิดจากสิ่งหลอมเหลวภายในโลกนั่นเอง จึงเปรียบเสมือนเลือดน้ำนมในอกของพระแม่ นางธรณี

              ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้พลังงานจากธาตุกายสิทธิ์หลายชนิดอันเกิดจากแร่ธาตุธรรมชาติ มาเป็นส่วนประกอบสำคัญในเครื่องมือทางการแพทย์ อุปกรณ์  คอมพิวเตอร์  และอีเล็คโทรนิค            

               ธาตุกายสิทธิ์เหล็กไหลก็เช่นกัน เมื่อคนเราได้ค้นพบพลังงานอันมหาศาลที่ ซ่อนเร้นอยู่ จึงกลายเป็นของที่ทุกคนสนใจใคร่แสวงหากัน  และจะหาธาตุเหล็กใดในโลกนี้บ้าง ที่มีพลังลึกลับอันมหัศจรรย์ซ่อนเร้นอยู่ในตัว เพราะเป็นพลังที่พิสดารจากธรรมชาติ เนื่องจากธาตุเหล็กธรรมดา ถ้าสัมผัสพลังดูแล้วจะรู้สึกว่าธรรมดา แต่ถ้าเป็นเหล็กไหลจะรู้สึกถึงพลังอันหนักหน่วง มีน้ำหนักมากจนรู้สึกได้

              การสัมผัสพลังของเหล็กไหลนั้น จะต้องอาศัยการฝึกฝนศึกษาจาก  กรรมฐานจนเกิดญาณทัศนะ สัมผัสได้ลึกละเอียด มองเห็นและถ่ายทอดออกมาทางอารมณ์ความคิด เพราะพลังธรรมชาติ กับพลังจากพุทธคุณหรือการสวดยัดวัตถุธาตุมงคลนั้นย่อมจะแตกต่างกัน  เหล็กไหลจึงจัดเป็นเหมือนแก้วกายสิทธิ์สำหรับผู้ครอบครองที่มีบุญบารมีเท่านั้น

              การสัมผัสด้วย ญาณจากผู้มีบารมีธรรมแต่ละคนนั้น ย่อมจะต้องได้คำตอบถึงคุณลักษณะของเหล็กไหลที่ตรงกัน พลังของเหล็กไหลนั้นรุนแรงมาก จนผู้ทดสอบพลังต้องคลายมือออกจากเหล็กไหลนั้น เพราะจะรู้สึกจุกแน่นหน้าอก เหมือนถูกพลังอันหนักหน่วงโถมใส่จนรับไว้ไม่ไหว จำเป็นต้องคลายสมาธิ โดยฉับพลัน ก็พลังนี้แหละจะสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของคนเราได้ มองเห็นต่างหูต่างตาแทนเราได้ จึงทำให้วัตถุ มงคลเหล็กไหลเหมือนมีชีวิตจิตวิญญาณ 

ต้นตำนานเหล็กไหลในยุคปัจจุบัน

รื่องราวความเป็นไปของเหล็กไหล ค่อนข้างสลับซับซ้อนและยากต่อการเสาะแสวงหา นอกจากการชี้แนะของ ครูบาอาจารย์ รุ่นก่อน ๆ ที่ท่านได้ศึกษาและมีประสพการณ์ โดยเฉพาะตำนานเหล็กไหลเหล่านี้ ได้รับการบอกเล่าสืบทอดกันมาด้วยวาจา จนเมื่อ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ อดีตเจ้าอาวาส วัดถ้ำแฝด อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้เปิดเผยเรื่องราวอันมหัศจรรย์นี้จากการบอกเล่าสืบทอดกันมาแต่โบราณ ถ่ายทอดจากประสพการณ์ ออกเผยแพร่เป็นตำนานเรื่องเล่าขาน

จนพระอาจารย์ สิทธา เชตวัน นักเขียนนวนิยาย และเรื่องราวที่ ลี้ลับทางจิตอภิญญา ผู้มีบารมีธรรมและญาณหยั่งรู้ชั้นสูง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเพศบรรพชิตที่ กำลังแสวงหามรรคผลในปัจจุบัน ได้เคยกล่าวถึงหลวงพ่อสัมฤทธิ์ไว้ว่า
  พระธุดงค์ส่วนใหญ่ท่านจะแสวงหามรรคผลนิพพาน แต่หลวงพ่อสัมฤทธิ์ไม่ เอาอย่างนั้น จะเอาเหล็กไหลลูกเดียว ช่างกล้าหาญชาญชัยถึงปานนั้น"

              เพราะผู้ที่จะรู้เรื่องราว เหล็กไหลส่วนใหญ่จะเป็น พระเกจิอาจารย์ผู้ผ่านการวิเวกตามป่าเขาลำเนาไพร เป็นผู้ทรงญาณเก่งกล้าในพุทธาคม จึงจะมีโอกาสได้สัมผัสหรือรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ ตลอดจนมีเหล็กไหลบางประเภทอยู่ในครอบครอง

              หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ท่านศึกษาเรื่องเหล็กไหลมาจาก หลวงพ่อดี วัดพระไต นครเวียงจันทร์ ประเทศลาว อายุ 90 ปีเศษ แต่ยังแข็งแรงเหมือนคนอายุ 60 แต่ท่านเชี่ยวชาญในเรื่อง เหล็กไหลไพรดำ เล่นแร่แปรธาตุ  ได้ชวนหลวงพ่อสัมฤทธิ์ศึกษาเรื่องเหล็กไหล โดยออกธุดงค์ไปทาง ภูเขาควาย เข้าไปถึงเขมร และญวน จนได้รับความรู้เป็นอย่างดี จึงย้อนกลับประเทศไทย ออกธุดงค์ไปตามป่าเขาจากเหนือจรดใต้ของประเทศ ทำให้ท่านได้ประสพการณ์เรื่องของ ธาตุกายสิทธิ์ และเหล็กไหลมากมาย

              ดังนั้นเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้หาใช่จะยึดเป็นตำราได้ไม่ เพียงแต่เป็นเสี้ยวหนึ่งของประสพการณ์จากครูบุรพาจารย์ในอดีต ที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้ประกอบการศึกษาและหาทางพิสูจน์กันต่อไป

              “หล็กไหลไพลดำ พูดพล่ามเป็นบ้า เล่นแร่แปรธาตุ ผ้าขาดเป็นวา คิดสะระตะโสฬส นอนอดเหมือนหมา ดังคำพังเพยของคนโบราณที่ได้ให้ข้อคิดสะกิดเตือนลูกหลานเอาไว้ ไม่ให้สนใจในเรื่องเหล่านี้

              เพราะเป็นช่องทางหากินของเหล่ามิจฉาชีพ ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงแบบ 18 มงกุฎ ใช้ไสยศาสตร์และมายากลหลอกลวงหากินต้มประชาชน ผู้รู้ไม่ทันก็จะเสียเงินเสียทองเป็นจำนวนมากได้
 

ฤาเป็นเรื่องที่เบื้องบนต้องการเปิดเผยความเร้นลับของ เหล็กไหล นี้กันแน่ เพราะเมื่อ 30 ปี ก่อน  ทันตแพทย์วิชิต ตริชอบ ได้เปิดเผยเรื่องราวของเหล็กไหลในแง่ การผจญภัย และพิธีกรรมตัดเหล็กไหล ผ่านทางนักเขียนนามอุโฆษ  พนมเทียน ในหน้าหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ทำให้คนอ่านทั่วประเทศติดกันงอมแงมทีเดียว

เคยมีคนถามคุณหมอวิชิตว่า เหล็กไหลมีจริงหรือเปล่า คำตอบก็คือ ผมได้เห็นเหล็กไหลจริง ๆ ดังที่ได้เล่าไว้ในหนังสือเรื่อง เหล็กไหลทั้ง 4 เล่มนั่นแหละ แต่ไม่ กล้ายืนยันว่า เหล็กไหล ที่แท้จริงมีอยู่ในโลกนี้จริง ๆ หรือไม่ มันยังอึมครึมลึกลับอยู่

              เพราะอาจจะเป็นมายาศาสตร์ชั้นสูง ที่ผู้สำเร็จญาณสมาบัติชั้นสูง หรือสำเร็จอภิญญาใช้ฤทธิ์อำนาจสะกดจิตให้เห็นตามที่ต้องการ หรือใช้มายากลระดับเซียนเหยียบเมฆ เพราะเหล็กไหลที่ตัดมาทั้งหมดนั้น ในที่สุดก็ได้ล่องหนหายไปอย่างลึกลับเช่นกัน

                             เรื่องราวของตำนานเหล็กไหลในที่นี้ เป็นข้อมูลที่หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ได้รับมาจากครูบาอาจารย์หลายท่านด้วยกัน ที่เหมือนกันก็มี ที่ขัดแย้งกันก็มี ตามภูมิความรู้ภูมิธรรมของแต่ละท่าน ตลอดจนประสพการณ์จากการปฎิบัติและศึกษาจากของจริงตามป่าตามเขามานานนับสิบปี

 

@@@@@@@@@____________@@@@@@@@@

ความคิดเห็น

  1. 1
    คุโรซากอ
    คุโรซากอ surawuts_012@hotmail.com 02/10/2011 16:31
    ผมไม่รู้ว่าเป็นของแท้หรือว่าของปลอม โปรดท่านผู้รู้ช่วยบอกด้วยนะคับ
  2. 2
    คุโรซากอ
    คุโรซากอ surawuts_012@hotmail.com 02/10/2011 16:26
    ของผมก็มีัผมคับ ได้มาจากอาจารย์ที่ท่านสักลายให้ผม ท่านบอกว่าเก็บไว้ให้ดีดี เอาไว้คุ้มครองป้องกันตัว ท่านให้ผมมา 3 ก้อน มันมีรูปร่างหัวเลียวทั้งสองข้างเป้นสีดำ เหลียมแวววาว 
  3. 3
    จันทร์ตา
    จันทร์ตา 20/06/2011 11:52
    ผมได้เหล็กใหลมาโดยบังเอิญผมทำงานที่ประเทศอังกฤษ5ปีผมชอบเที่ยวตามร้านขายของเก่าทูกอาทิตย์วันหนึ่งผมเจอร้านขายของเก่ามีหินสีต่างๆผมเห็นก้อนหนึ่งแปลกเงามันยิบดูมีน.นมากสวยเหมือนเหล็กใหลเปียกเพราะผมเคยอ่านและเห็นในหนังสือเหล็กใหลผมศึกษามาตลอดในหนังสือผมชื้อเอาในราคา1ปอนด์จ่ายเงินเสร็จผมเห็นหมาน่ารักเจ้าของมัดอยู่เก้าอี้มือซ้ายผมกำก้อนเหล็กไว้ผมชอบหมาเลยเอามือขวาลูบหัวและจับหูมันหมามันไม่รู้จักผมมันตหวัดกัดผมอย่างแรงผมตกใจมากผมดูมือผมไม่มีรอยเขี้ยวเจ้าของหมามองหน้าผมผมเลยเดินออกมาผมมีความรู้สึกว่าแปลกมากผมจึงคิดว่าเป็นเหล็กใหลช่วยผมมือชาไปตั้งนานประเทศที่ผมอยู่หนาวมากเขาเปลี่ยนสีได้ตามอูณหภูมิกลมแบนหนาๆอูมๆเหมือนรูปพระปิดตา ผมทอ่งชินบัณชร ยอดพระกณท์ มา10กว่าปีแล้วไม่แปลกที่ได้มา1ปอนด์เท่ากับ58บาทไทยตอนนั้น ผมยังทำงานอังกฤษอยู่ตอนนี้ เป็นกู๊กอยู่ร้านอาหาร
  4. 4
    ..........
    .......... huhuhuhu@hotmail.com 20/01/2011 14:11
    เหล็กไหลเป็นธาตุเร้นลับ

    ผมว่าคงได้มายากแน่

    ที่ทุกคนได้มานั้นอาจเป็นของปลอมนะคับ

    ของดีนั้น

    เหล็กไหนมันเหลือกคนนะคับ

    การที่จะได้เหล็กไหลมานั้นยากครับ
    จาก  ........
  5. 5
    อ.ติ๋ม
    อ.ติ๋ม 14/12/2010 20:52
    เหล็กใหลเป็นแร่ธาตุกายสิทธิ์    ไม่ผู้ใดจะนำมาคอบครองได้      นอกจากว่าท่านผู้นั้นจะมีบุณจริงๆ
  6. 6
    ร่างปู่
    ร่างปู่ woot16343@hotmail.com 12/12/2010 15:14
    ผมมีอยู่ครับผมเอาไปให้ร่างทรงตรวจดูท่านว่าเป็นเหล็กไหลตาน้ำมันหัวเหมือนลูกปืนจุด38แต่เป็นสีเงินและผมยังมีเหล็กไหลไพรอีกครับเพื่อนพ่อผมลองแล้วครับเอาปืนยิงหายไปต่อหน้าต่อตาเลยแต่ของพ่อผมยังเหลืออยู่ครับ
  7. 7
    อิงอินทร์
    อิงอินทร์ inin2490@hotmail.com 03/10/2010 10:30

    ที่ถ้ำหลวงปู่ ท่านบอกว่าเป็นชนิดเทพนิมิตร....คนที่อยากได้ตอ้งลงชื่ออธิษฐานจิตให้ท่านขอเบื้องบนกอ่น แล้วกลับไปบูชาทีหลัง บางคนขอ 3 ครั้งยังไม่ได้ก็มี.
                                    อิงอินทร์.

  8. 8
    อิงอินทร์
    อิงอินทร์ inin2490@hotmail.com 03/10/2010 10:26

    ดิฉันเคยไปวัดถ้ำของหลวงปู่ได้ยินเสียงเอียดอ๊าด..ถามหลบวงปู้ว่าเสียงอะไร ท่านบอกว่า เสียงเหล็กไหลเคลื่อนตัวลูก.
                                อิงอินทร์.

  9. 9
    โจ้
    โจ้ 29/06/2010 11:08

    ผมมีก้อนเหล็กสีน้ำตาลขนาดประมาณ 1 ซม.นูนคล้ายหลังเต่าคล้ายเงินเบี้ยโบราณครับข้างบนหลังเต่าจะมีร่องเหล็กย้อยรูปคล้ายงูแผ่แม่เบี้ย ได้มาจากน้าครับ

  10. 10
    ใบเฟินร์
    ใบเฟินร์ 17/02/2010 09:23

    หนูมีเหล้กไหลอยู่3อันตอนนี้มันหายไป1อันเพราะมันอยู่ในร่างกายหนุ

 1  2 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สินค้า

สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
สินค้าโปรโมชั่น
 ชุด สมเด็จวัดระฆัง-บางขุนพรหม
 ชุด หลวงปู่ทวด
 ชุด หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
 ชุด หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ระยอง
 ชุด เครื่องราง-ของขลัง
 ชุด หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี
 ชุด ครูบากฤษณะ วัดป่ามหาวัน
 ชุด พ่อปู่ฤาษี ฤาษี พ่อแก่
 ชุด ท้าวเวสสุวรรณโณ
 ชุด มีดหมอ
 ชุด ตะกรุด
 ชุด กุมารทองเทพ
 ชุด พระพิฆเณศ
 ชุด ขุนแผน/ยอดขุนพล
 ชุด พระปิดตา
 ชุด พญานาค
 ชุด พระกริ่ง
 ชุด ผ้ายันต์
 ชุด หนุมาน
 ชุด หน้าพรานบุญ
 ชุด เหรียญ
 ชุด พระเหรียญ ภาคเหนือ
 ชุด พระเหรียญ ภาคกลาง
 ชุด พระเหรียญ ภาคอีสาน
 ชุด พระเหรียญ ภาคใต้
 ชุด พระเหรียญ ภาคตะวันออก
 ชุด พระเหรียญ ภาคตะวันตก
 ชุด รูปหล่อ-ลอยองค์
 ชุด พระผง ดิน ว่าน
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคเหนือ
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคกลาง
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคอีสาน
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคใต้
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคตะวันออก
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคตะวันตก
 ชุด ล็อคเก็ต/รูปถ่าย
 ชุด พระเนื้อชิน
 ชุด เนื้อแร่ธาตุกายสิทธิ์
 ชุด พระราหู
 ชุด พระบูชา
 ชุด รูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง
 ชุด เหรียญรัชกาล/เหรียญที่ระลึก
 ชุด สัตว์มงคลในตำนานจีน
 ชุด อาจารย์สายฆราวาส
 ชุด วัตถุมงคล เปิดจอง
 ชุด วัตถุมงคล ปิดจอง
 ชุด วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี
 ชมรมศิษย์เก่าช่างกลสยาม

จดหมายข่าว

อีเมล์

ปฎิทิน

« April 2017»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30      

นาฬิกา

Alternative content

พระเครื่อง เอกเทพจำแลง สาย 4




โรงพิมพ์ ปราโมทย์

รับจำนอง-ขายฝาก

จิปาถะ

อาหารสุนัข

กล้องวงจรปิด

ศูนย์รวมกล้อง ดิจิตอล

อุปกรณ์ตกแต่งรถ

ผลิตภัณฑ์จากสแตนเลศ

ร้านเค้กกระทรวง

โฆษณาว่าง

โฆษณาว่าง

 หน้าแรก

 วัตถุมงคลของเรา

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รูป

 ประกาศซื้อขายฟรี

view