http://www.thepjamlang.com
  

 หน้าแรก

 รวมวัตถุมงคล

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 Blog

 รูป

ประกาศซื้อขายฟรี

 ติดต่อ

สถิติ

เปิดเว็บ08/08/2008
อัพเดท22/09/2017
ผู้เข้าชม12,391,582
เปิดเพจ16,560,884
สินค้าทั้งหมด3,458

บริการ

หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รูป
ข่าวสารมาอย่างแรง
Blog
แซท
ประมูลวัตถุมงคล
ลงประกาศซื้อขายฟรี
วัตถุมงคลของเรา
วัตถุมงคลแนะนำ
สมัครสมาชิก
สิทธิพิเศษในการสมัครสมาชิก
สมุดเยี่ยม
ตรวจสอบของฝากส่งทางไปรษณีย์
ดาวน์โหลด แผนที่ร้าน
*** แจ้งสถานะการจัดส่งวัตถุมงคลด่วน EMS
*** แจ้งสถานะการสั่งบูชาทางระบบเว็บร้าน
พระสมเด็จ
พระปิดตา
พระเหรียญ
พระเนื้อผง-ดิน-ว่าน
เขี้ยว-งา-กะลา-แกะ
พระตั้งบูชา

สมเด็จพระสังฆราช ๑๙ พระองค์

องค์ที่ ๑ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศรี)

องค์ที่ ๒ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศุข)

องค์ที่ ๓ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (มี)

องค์ที่ ๔ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร)

องค์ที่ ๕ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน)

องค์ที่ ๖ สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (นาค)

องค์ที่ ๗ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พระองค์เจ้าวาสุกรี)

องค์ที่ ๘ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (พระองค์เจ้าฤกษ์)

องค์ที่ ๙ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว)

องค์ที่ ๑๐ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ)

องค์ที่ ๑๑ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า (หม่อมเจ้าภุชงค์)

องค์ที่ ๑๒ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว)

องค์ที่ ๑๓ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์)

องค์ที่ ๑๔ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ)

องค์ที่ ๑๕ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถระ)

องค์ที่ ๑๖ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี)

องค์ที่ ๑๗ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร)

องค์ที่ ๑๘ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน)

องค์ที่ ๑๙ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน)

วิธีลำดับ สมณศักดิ์ พระสงฆ์ไทย

ประวัติ วัด-ครูบาอาจารย์

พระธรรมสิทธิมงคล (พ่อท่านฉิ้น โชติโก) วัดเมืองยะลา

พ่อท่านพระมหาอุทัย วิมโล วัดดอนศาลา พัทลุง

หลวงปู่รอด ฐิตฺวิริโย (พระครูสถิตวีรธรรม) วัดสันติกาวาส พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ (พระครูญาณวิลาศ) ยอดเกจิอาจารย์แห่งเมืองเพชรบุรี

หลวงพ่อสุด พระครูสมุทรธรรมสุนทร (สุด สิริธโร) วัดกาหลง เมือง สมุทรสาคร

หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง

พระอาจารย์อำนาจ อาทิตตฺวณฺโณ สำนักสงฆ์เขาสามล้าน ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ ชุมพร

หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม (พระครูวินัยวัชรกิจ) วัดตาลกง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป วัดป่าปทีปปุญญาราม อำเภอ อากาศอำนวย สกลนคร

พระพุทธวิริยากร (หลวงพ่อตัด ปวโร ) วัดชายนา อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

หลวงพ่อเพี้ยน อคฺคธมฺโม วัดเกริ่นกฐิน ต.บ้านชี อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

พระอาจารย์สมชาย ฐิตธมฺโม (พระครูสุวรรณธรรมาภิมณฑ์็) เจ้าอาวาส วัดไผ่แปลกแม่ จังหวัดสุพรรณบุรี

พระอาจารย์มานะ กตปุญโญ วัดเทพคีรีวงศาราม (เขาชานหมาก) ต.จระเข้สามพัน อู่ทอง สุพรรณบุรี

ครูบาสุบิน สุเมธโส พระผู้ขมังเวทย์แห่งแผ่นดินล้านนา ด้วยมนตราอันศักดิ์สิทธิ์

หลวงพ่อวีระ จนฺทธมฺโม เจ้าอาวาส วัดสมอลม เมือง สุพรรณบุรี

หลวงพ่อสัมฤทธิ์ คัมภีโร (พระครูกาญจนกิจจาทร) อดีตเจ้าอาวาส วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี

พระครูนันทเจติยาภิบาล (ครูบาโต) วัดพระธาตุสุนันทา เชียงใหม่

พระครูอุทัยธรรมสาคร (หลวงพ่อมาลัย) วัดบางหญ้าแพรก พระอาจารย์ของตี๋ใหญ่

พระอธิการอดิเรก อุปคุตฺโต (พระอาจารย์ หนึ่ง) วัดท่าโขลง ลพบุรี

พระครูสิทธิกาญจนกิจ (พระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณ) วัดถ้ำแฝด ท่าม่วง กาญจนบุรี

งานบุญต่างๆ และพิธีกรรม

พระอาจารย์วัชระ เอกวัณโณ สาวน้ำตาเทียนสะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าเคราะห์กรรม ล้างอาถรรพณ์

ขอเชิญร่วมพิธีฉลองสมณศักดิ์-พัดยศ พระครูสิทธิกาญจนกิจ วัดถ้ำแฝด ท่าม่วง กาญจนบุรี

ขอเชิญท่านสาธุชนโครงการ "ไผ่ต่างปล้อง สำรองบุญ เกื้อหนุนพระศาสนา" วัดมโนธรรมาราม (นางโน)

ขอเชิญร่วมเททองหล่อพระสมเด็จองค์ปฐม ณ วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ เมือง สมุทรสาคร

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี สร้างวิหารพระศรีอริยะเมตตรัย ณ วัดถ้ำแฝด อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ขอเชิญทุกท่านร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี ณ.วัดท่าโขลง ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี

ภาพพิธีปลุกเสก กุมารทองพรายขวัญใจ ณ.วัดท่าเจริญ บางปลาม้า สุพรรณบุรี

ขอเชิญร่วมพิธีบูชาครู ประจำปี 2553 ณ วัดมโนธรรมาราม (นางโน) ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ขอเชิญร่วมทำบุญ ลอดโบสถ์ พระประธาน 5 องค์ ใหญ่ ณ วัดสมอลม อำเภอเมือง สุพรรณบุรี

งานพิธีไหว้ครู-ครอบครู วัดสมอลม เมือง สุพรรณบุรี ปี 2555

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษจิกายน 2558 ณ วัดหนองขุม สุพรรณบุรี

ตำนาน พุทธภูมิ-พระโพธิสัตว์

หลักธรรมนำชีวิต

วัตถุธาตุ สิ่งเร้นลับ

ประวัติแห่ง อนุพุทธ

เกี่ยวกับ องค์พระพิฆเนศ

ทำนายทายทัก

วันเกิดสื่อถึงวิญญาณ

เคล็ดลับการเสริมดวงของคุณ

วันเกิดถูกควบคุมโดยเทพองค์ใดบ้าง

คนที่เกิดในแต่ละเดือน มีอวัยวะที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

เลือกเดือนเกิดของคุณได้เลย..........เม่นมาก

อัญมณีเสริมชีวิต

อาชีพตามธาตุ

เลือกของใส่บาตรตามวันเกิดของคุณ

ปัจจัยทางฮวงจุ้ยที่ทำให้ธุรกิจการงาน และการเงิน ประสพปัญหา

คำขอขมาลาโทษทั้ง ๓๑ ภูมิ

ราศีของเรา มีผลต่อน้ำหนักตัว จริงหรือไม่ ??

ฮวงจุ้ยกระตุ้นความรัก (หนุ่มๆ สาวๆ ห้ามพลาด)

ทำนายตามวัดเกิด...แม่นแบบไม่น่าเชื่อ..???

ทำทรงผมใหม่ เสริมดวงชะตา ตามวันเกิด

เลขตัวสุดท้ายในบัตรประจำตัวประชาชนของทุกคน สามารถบอกได้ว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง ?

ทายนิสัยจากอาหารเส้น (เส้นก๋วยเตี๋ยว)

ดูดวง ปี 2553 (12 ปีนักษัตร)

การทำบุญไหว้พระบูชาเทพตามปีเกิด 12 นักษัตร

ดูดวง ปี 2555 (12 ปีนักษัตร)

9 ข้อห้าม ที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีน

ดูดวง ปี 2556 (12 ปีนักษัตร)

ที่มาของพญานาค

เอก เทพ จำแลง

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง

หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง

ประวัติหลวงพ่อเกษม เขมโก (โดยสังเขป)

"ท่าน เขมโกภิกขุ” หลวงปู่เกษม หรือ หลวงพ่อเกษม เขมโก ที่เราท่านเคารพบูชา และรำลึกภาวนา ขอบารมีจากท่านช่วยคุ้มครอง ปกป้องจากอันตราย ยามเมื่อเกิดความทุกข์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด เพราะบารมี หลวงพ่อที่เพียรเจริญวิปัสสนากรรมฐานด้วยความมานะบากบั่น ยากที่จะมีผู้ปฏิบัติได้เสมือนนั้น สร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นสูงยิ่งนัก" หลวงพ่อเกษมท่านเจริญวิปัสสนาด้วยถือสันโดษเป็นที่ตั้ง ใช้อำนาจจิต ควบคุมร่างกายเข้าสู่สมาธิภาวนา เบื้องหน้าเชิงตะกอน ท่านไม่ติดรสอาหารเมื่อมีผู้นำมาถวาย แม้อาหาร จะเสียจนราขึ้น ถ้าหลวงพ่อท่านยังมิได้แผ่เมตตา ท่านก็จะรับประเคนบาตรแล้วแผ่เมตตาให้ หลวงพ่อ เป็นผู้มีศีลอันบริสุทธิ์ และเมตตาธรรมสูงส่ง ท่านหมดสิ้นแล้วซึ่งกิเลส และเปี่ยมล้นด้วยบารมี ทุกวันนี้ หลวงพ่อยังเป็นดุจร่มโพธิ์ร่มไทรที่ให้ความร่มเย็นแก่พวกเราทุกคน

        ประวัติและเรื่องราวต่าง ๆ ของท่าน จึงถูกบันทึกเพื่อให้อนุชนรุ่นหลัง ได้รับรู้ถึงในยุคปัจจุบัน ประวัติบางตอนของ ครูบาศรีวิชัย ตอนหนึ่งกล่าวว่า ท่านครูบาศรีวิชัยได้พยากรณ์ไว้ว่า จะมีตนบุญมาเกิดที่ลำปาง ครั้นต่อมาครูบาศรีวิชัยได้มรณภาพไป โดยทิ้งคำพยากรณ์นี้ไว้ให้ชาวลำปางได้เฝ้ารอคอยการมาจุติของตนบุญ ที่ครูบาศรีวิชัยได้พยากรณ์ไว้ จนเวลาล่วงเลยไปหลายสิบปี ก็ยังไม่ปรากฏ แต่ชาวลำปางก็ยังเชื่อในคำพยากรณ์ของครูบาศรีวิชัย

        เมื่อปี พ.ศ.2455 ได้มีครอบครัว เชื้อเจ้าผู้ครองนครลำปาง หรือเขลางค์นครในอดีต หัวหน้าครอบครัว คือ     เจ้าหนูน้อย ณ ลำปาง ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ รับราชการเป็นปลัดอำเภอ ภรรยาชื่อ เจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง ทั้งสองเป็นหลานเจ้าของพ่อบุญวาทย์ วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย

        ครอบครัวนี้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ บ้านท่าเก๊าม่วง ริมแม่น้ำวัง อ.เมือง จ.ลำปาง อยู่กินกันมาอย่างมีความสุขในที่สุดเจ้าแม่บัวจ้อนได้ตั้งครรภ์  และพอถึงกำหนดคลอด ตรงกับวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2455 ตรงกับวันพุธ เดือนยี่ (เหนือ) ปีชวด ร.ศ.131 ค.ศ.1912 เจ้าแม่บัวจ้อนให้กำเนิดทารกเพศชาย เป็นลูกคนแรกของครอบครัว

        ขณะนั้นไม่มีใครทราบกันเลย ตนบุญ ที่ครูบาศรีวิชัยได้พยากรณ์ไว้นั้นได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว บิดามารดาก็ได้ตั้งชื่อทารกนั้น เกษม ณ ลำปาง เพราะเด็กชายเกษม ณ ลำปาง ได้เกิดมาในเชื้อสายของเจ้าทางเหนือ จึงได้รับการยกย่องของคนทั่วไป ทุกคนต่างเรียกกันว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง หลังจากที่ได้คลอดบุตรมาได้ไม่กี่ปี เจ้าแม่บัวจ้อนได้ให้กำเนิดทารกอีกคน แต่เป็นเพศหญิง ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องของ เจ้าเกษม สืบสายเลือด แต่ทว่าเจ้าแม่น้อยคนนี้วาสนาน้อย ได้เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก จึงไม่มีโอกาสได้รูว่าพี่ชายของเธอคือ ตนบุญ ที่ชาวลำปางรอคอยเป็นสิบ ๆ ปี

ข้อมูลตรงนี้ คุณพัลลภ ทิพย์วงศ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานหลวงปู่เกษม โดยคุณแม่ของคุณพัลลภ เป็นพี่สาวแท้ ๆของโยมแม่หลวงปู่ ได้ทักท้วงมาว่า ที่แท้จริงแล้ว เจ้าแม่บัวจ้อน ได้ให้กำเนิดทารกน้อยอีกคนหนึ่ง เป็นเพศชาย ชื่อ "สวาสดิ์" และได้เสียชีวิตแต่เล็ก โดยมีหลักฐานใบเกิดเก็บไว้กับญาติใกล้ชิด ระบุชื่อ เพศ วันเดือนปีเกิด คือ เกิดเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ ร.ศ. ๑๓๔ ตรงกับวันพุธ แรม ๗ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๗๗ จึงได้ทักท้วง เพื่อให้ผมแก้ไขข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริง จึงต้องขอขอบคุณ คุณพัลลภ ไว้ ณ ที่นี้ (อ.เล็ก  พลูโต - ๓๐  ตุลาคม ๒๕๔๗)

        เมื่อวัยเด็ก เจ้าเกษม ณ ลำปาง เป็นคนมีลักษณะค่อนข้างเล็กบอบบาง ผิวขาวแต่ดูเข้มแข็ง คล่องแคล่ว และมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เป็นเด็กที่ชอบซน คืออยากรู้อยากเห็น เมื่อถึงวัยเรียน เจ้าเกษม ณ ลำปาง ได้รับการศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนบุญทวงศ์อนุกูล ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ อ.เมือง  จ.ลำปาง สมัยนั้นเปิดเรียนชั้นสูงสุดแค่ชั้นประถมปีที่ 5 เท่านั้น เจ้าเกษม ณ ลำปาง ได้ศึกษาจนจบชั้นสูงของโรงเรียน คือชั้นประถมปีที่ 5 ใน พ.ศ.2466 ขณะนั้นอายุ 11 ปี

        เมื่อออกจากโรงเรียนก็ไม่ได้เรียน อยู่บ้าน 2 ปี ใน พ.ศ.2468 อายุขณะนั้นได้ 13 ปี เจ้าเกษม ณ ลำปาง ก็ได้มีโอกาสเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ โดยบรรพชาเป็นสามเณร เนื่องในโอกาสบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว ครั้นบวชได้เพียง 7 วันก็ลาสิกขาออกไป ต่อมาอีก 2 ปี ราว พ.ศ.2470 ขณะนั้นมีอายุ 15 ปี เจ้าเกษม ณ ลำปาง ก็ได้มีโอกาสเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งหนึ่ง โดยบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดบุญยืน จ.ลำปาง เมื่อบรรพชาแล้วสามเณรเจ้าเกษม ณ ลำปาง ก็ได้จำพรรษาศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดบุญยืนนั่นเอง สามเณรเจ้าเกษม ณ ลำปาง เป็นคนที่ทำอะไรจริงจัง เรียนทางด้านปริยัติศึกษาธรรมะจนถึง ปี พ.ศ.2474 สามเณรเจ้าเกษม ก็สามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ ครั้นมีอายุได้ 21 ปี อายุครบที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุได้แล้ว จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุในปี พ.ศ.2475 ณ พัทธสีมาวัดบุญยืน โดยมีพระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระ ธรรมจินดานายก (ฝ่าย) เจ้าอากาสวัดบุญวาทย์วิหาร ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอในขณะนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์ พระคุณเจ้าท่านพระครูอุตตรวงศ์ธาดา หรือที่ชาวบ้านเหนือรู้จักกันในนาม ครูบาปัญญาลิ้นทอง เจ้าอาวาสวัดหมื่นเทศ และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเมือง จังหวัดลำปางในขณะนั้น เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และยังพระเดชพระคุณ ท่านพระธรรมจินดานายก(อุ่นเรือน) เจ้าอาวาสวัดป่าดั๊วเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า เขมโก แปลว่า ผู้มีธรรมอันเกษม

        หลังจากได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว พระภิกษุเกษม เขมโกก็ได้ศึกษาทางด้านภาษาบาลี ซึ่งเป็นการศึกษาปริยัติอีกแขนงหนึ่ง ที่สำนักวัดศรีล้อม สมัยนั้นก็มีอาจารย์หลายรูป เช่น มหาตาคำ พระมหามงคล เป็นครูผู้สอน และยังได้ไปศึกษาที่สำนักวัดบุญวาทย์วิหาร ซึ่งมีพระมหามั่ว พรหมวงศ์ และพระมหาโกวิทย์ โกวิทญาโน เป็นครูสอน

        ในเวลาเดียวกันนั้น พระภิกษุเจ้าเกษม เขมโก ก็ได้ไปศึกษาทางด้านปริยัติ ในแผนกนักธรรมต่อที่สำนักวัดเชียงราย ครูผู้สอนคือ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ พระเทพวิสุทธิโสภณ  ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดลำปางสมัยนั้น  ปรากฎว่าพระภิกษุเจ้าเกษม เขมโก ก็สามารถสอบนักธรรมชั้นเอกได้ในปี พ.ศ.2479 ส่วนทางด้านการศึกษาบาลีนั้น ท่านเรียนรู้จนสามารถเขียนและแปลได้เป็น (มคธ) เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ยอมสอบเอาวุฒิ จนครูบาอาจารย์ทุกองค์ต่างเข้าใจว่า พระภิกษุเกษม เขมโก ไม่ต้องการมีสมณศักดิ์สูง ๆ เรียนเพื่อจะนำเอาวิชาความรู้มาใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาเท่านั้น

        เมื่อสำเร็จทางด้านปริยัติพอควรแล้ว สามารถนำไปปฏิบัติได้โดยไม่หลงทาง ท่านจึงหันมาปฏิบัติต่อไปจนแตกฉาน แค่นั้นยังไม่พอ พระภิกษุเกษม เขมโก ได้เสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ ที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ จนกระทั่งได้ทราบข่าวภิกษุรูปหนึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนา ภิกษุรูปนี้ คือ ครูบาแก่น  สุมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดประตูป่อง

            ครูบาแก่น สุมโน เป็นพระภิกษุสายวิปัสสนา ถือธุดงค์เป็นวัตร หรือที่เรียกกันว่า พระป่า หรือภาษา ทางการเรียกว่า พระภิกษุฝ่ายอรัญญวาสี ตอนนั้นครูบาแก่น ท่านได้ธุดงค์แสวงหาความวิเวกทั่วไป ยึดถือป่าเป็นที่บำเพ็ญเพียร นอกจากมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนาแล้ว ท่านยังเก่งรอบรู้ในด้านพระธรรมวินัยอย่างแตกฉานอีกด้วย

     พระภิกษุเกษม เขมโก จึงเดินทางไปขอฝากตัวเป็นศิษย์ และได้อธิบายความต้องการที่จะศึกษาในด้านวิปัสสนาให้ครูบาแก่นฟัง ครูบาแก่น สุมโน เห็นความตั้งใจจริงของภิกษุเกษม เขมโก ท่านจึงรับไว้เป็นศิษย์ และได้นำภิกษุเกษม เขมโก ออกท่องธุดงค์ไปแสวงหาความวิเวก และบำเพ็ญเพียรตามป่าลึกตามที่ภิกษุเกษม เขมโก ต้องการ จึงถือได้ว่า ครูบาแก่น สุมโน รูปนี้เป็นอาจารย์ทางวิปัสสนากรรมฐานรูปแรกของ พระภิกษุเจ้าเกษม เขมโก

        ดังนั้น พระภิกษุเกษม เขมโก จึงได้เริ่มก้าวไปสัมผัสชีวิตของภิกษุฝ่ายอรัญญวาสี ประกอบกับจิตของท่านโน้มเอียงมาทางสายนี้อยู่แล้ว จึงไม่ใช่เป็นเรื่องลำบากสำหรับในการไปธุดงค์ กลับเป็นการได้พบความสงบสุขโดยแท้จริง กับความเงียบสงบ ซ้ำยังได้ดื่มด่ำกับรสพระธรรมอันบังเกิดท่ามกลางความวิเวก พระภิกษุเกษม เขมโก จึงมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง โดยมีครูบาแก่นแนะอุบายธรรมอย่างใกล้ชิด ระหว่างท่องธุดงค์แสวงหาความวิเวกในที่สงัดตามป่าเขาและป่าช้าต่าง ๆ การฉันอาหารในบาตร คือ อาหารหวานคาวรวมกัน เรียกว่า ฉันเอกา ไม่รวมอาสนะกับสงฆ์อื่น ฉันมื้อเดียว ช่วงบ่ายก็จะเดินจงกรม เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ พร้อมกำหนดจิตจนกระทั่งถึงเย็น เมื่อเสร็จจากการเดินจงกรม ก็กลับมานั่งบำเพ็ญภาวนาต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงประมาณ 5 ทุ่ม เสร็จจากการบำเพ็ญภาวนาก็สวดมนต์ทำวัตรเย็น ในตอนดึกก่อนจำวัดท่านก็ไม่นอนเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ท่านจะหมอบเท่านั้น และท่านจะทำเป็นกิจวัตร คือการกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล แผ่เมตตาไปให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย

        จนกระทั่งถึงช่วงเข้าพรรษา ที่พระภิกษุจำเป็นต้องยุติการท่องธุดงค์ชั่วคราว ต้องอยู่กับที่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง จะเป็นวัดอาราม หรือถือเอาป่าช้าเป็นวัด โดยกำหนดเขตเอาตามพุทธบัญญัติ ดังนั้นภิกษุเจ้าเกษม เขมโก จึงต้องแยกทางกับอาจารย์ คือ ครูบาแก่น ตั้งแต่นั้นมาภิกษุเจ้าเกษม เขมโก กลับมาจำพรรษาที่วัดบุญยืนตามเดิม พอครบกำหนดออกพรรษาภิกษุเกษม เขมโก ก็ติดตามอาจารย์ของท่าน คือครูบาแก่น ออกธุดงค์บำเพ็ญภาวนา ท่านถือปฏิบัติเช่นนี้เรื่อยมา

        ต่อมาเจ้าอธิการคำเหมย เจ้าอาวาสวัดบุญยืนถึงแก่มรณภาพลง ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืนว่าง ทางคณะสงฆ์จึงต้องเลือกภิกษุที่มีคุณสมบัติมาปกครองดูแลวัด เพื่อเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อไป คณะสงฆ์จึงได้ประชุมกันและต่างลงความเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะเป็นภิกษุเกษม เขมโก เพราะเป็นพระที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อท่านได้รับเลือกเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืน ท่านก็ไม่ยินดียินร้าย แต่ท่านก็ห่วงทางวัด เพราะท่านเคยจำวัดนี้ ท่านก็เห็นว่าบัดนี้ทางวัดบุญยืนมีภารกิจต้องดูแล ก็ถือว่าเป็นภารกิจทางศาสนาเพราะท่านเองต้องการให้พระศาสนานี้ดำรงอยู่ จึงไม่อาจจะดูดายภารกิจนี้ได้ จึงยอมรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืน

        ครูบาเจ้าเกษม เขมโก อยู่ในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืนเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.2492 ท่านก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ทำหนังสือลาออกกับพระเดชพระคุณท่านเจ้าพระอินทรวิชาจารย์ (ท่านเจ้าคุณอิน อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง) แต่ก็ถูกท่านเจ้าคุณยับยั้งไว้ ครูบาเจ้าเกษม เขมโก จึงจำใจกลับไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืนอีกระยะหนึ่งนานถึง 6 ปี ท่านคิดว่าควรจะหาภิกษุที่มีคุณสมบัติมาแทนท่าน เพราะท่านอยากจะออกธุดงค์ ดังนั้นท่านจึงตัดสินใจสละตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืน โดยยื่นใบลากับคณะสงฆ์ในเขตปกครอง ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จึงเดินทางไปลาออกกับเจ้าคณะจังหวัด ซึ่งอยู่ที่วัดเชียงราย แต่ท่านเจ้าคณะจังหวัดก็ไม่อนุญาต

        เรื่องการลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสของครูบาเจ้าเกษม เขมโก นี้ดูค่อนข้างจะเป็นเรื่องแปลกพิสดาร แม้แต่การสละตำแหน่งลาภยศ ท่านยังต้องประสบกับอุปสรรคต่าง ๆ นานา ไม่เหมือนกับพระองค์อื่น ๆ ที่ฟันฝ่าเพื่อแสวงหาลาภยศ เมื่อท่านลาออกไม่สำเร็จประมาณปี พ.ศ.2492 ก่อนเข้าพรรษาในปีนั้น หลวงพ่อก็หนีออกจากวัดบุญยืนก่อนเข้าพรรษา เพียงวันเดียวโดยไม่มีใครรู้ พอเช้าวันรุ่งขึ้นเข้าพรรษา หมู่ศรัทธาก็นำอาหารมาเตรียมถวายในวิหาร ทุกคนรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นหลวงพ่อเกษม จึงเกิดความวุ่นวายเที่ยวตามหาตามกุฏิก็ไม่พบหลวงพ่อเกษม พอมาที่ศาลาทุกคนเห็นกระดาษวางบนธรรมาสน์ เป็นข้อความที่หลวงพ่อเกษมเขียน ลาศรัทธาชาวบ้านยาวถึง 2 หน้ากระดาษ

        ข้อความบางตอนที่จำได้มีอยู่ว่า ทุกอย่างเราสอนดีแล้ว อย่าได้คิดไปตามเรา เพราะเราสละแล้วการเป็นเจ้าอาวาส เปรียบเหมือนหัวหน้าครอบครัวต้องรับผิดชอบภาระหลายอย่าง ไม่เหมาะสมกับเรา เราต้องการความวิเวกจะไม่ขอกลับมาอีก แต่พวกชาวบ้านก็ไม่ละความพยายาม เพราะชาวบ้านเหล่านี้ศรัทธาในตัวหลวงพ่อพอรู้ว่าหลวงพ่ออยู่ที่ไหนเมื่อรวมกันได้ 40-50 คน ก็ออกเดินทางไปตามหาหลวงพ่อเกษม และไปพบหลวงพ่อที่ศาลาวังทาน หลวงพ่อเกษมได้ปฏิบัติธรรมที่นั่น พวกชาวบ้านได้อ้อนวอนหลวงพ่อขอให้กลับวัด บางคนร้องไห้เพราะศรัทธาในตัวหลวงพ่อมาก แต่หลวงพ่อเกษมท่านก็นิ่งไม่พูดไม่ตอบ จนพวกชาวบ้านต้องยอมแพ้ ตลอดพรรษาปี 2492 หลวงพ่อเกษมท่านก็อยู่ที่ศาลาวังทานโดยไม่ยอมกลับวัดบุญยืน

        พวกชาวบ้านจึงพากันเข้าไปพบโยมแม่ของหลวงพ่อ โยมแม่รักหลวงพ่อเกษมมาก เพราะท่านมีลูกชายคนเดียว จึงให้คนพาไปหาหลวงพ่อที่ศาลาวังทาน โดยมี (เจ้าประเวทย์ ณ ลำปาง) ตอนนั้นยังบวชเป็นสามเณรอยู่ โยมแม่ได้ขอร้องให้หลวงพ่อเกษมกลับวัด แต่หลวงพ่อกลับบอกโยมแม่ว่า

        แม่เฮาบ่เอาแล้ว เฮาบ่เหมาะสมกับวัด เฮาชอบความวิเวก เฮาขออยู่อย่างวิเวกต่อไป เฮาจะไปอยู่ที่ป่าเหี้ยว แม่อาง จนทำให้โยมแม่หมดปัญญา ไม่รู้จะขอร้องยังไง ผลที่สุดก็ต้องตามใจหลวงพ่อ วันรุ่งขึ้นหลวงพ่อเกษมก็ออกจากศาลาวังทานเดินทางไปบ้านแม่อางด้วยเท้าเปล่า เช้ามืดไปถึงป่าเหี้ยวแม่อางก็ค่ำพอดี ฝ่ายโยมมารดาพอกลับมาบ้านก็เกิดคิดถึงพระลูกชาย เพราะเกรงว่าพระลูกชายจะลำบากจึงออกจากบ้านไปตามหาพระลูกชาย โดยมีคนติดตามไปด้วยชื่อ โกเกตุ โยมแม่สั่งให้โกเกตุขนของสัมภาระเพื่อจะไปอยู่บนดอย ของที่เหลือในร้านเพชรพลอยแจกให้ชาวบ้านจนหมดเกลี้ยง ไม่เอาอะไรเลย นอกจากของใช้ที่จำเป็นบางอย่างเท่านั้น

        เกตุ พงษ์พันธุ์ ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดก็พาโยมแม่ไปส่งที่แม่อาง และพวกชาวบ้านเห็นโยมแม่ของหลวงพ่อมาก็สร้างตูบกระท่อมอยู่ข้างวัดแม่อาง ส่วนหลวงพ่อเข้าบำเพ็ญภาวนาในป่าช้าบนดอยแม่อาง บำเพ็ญภาวนาบารมีวิปัสสนาปฏิบัติธรรมได้หนึ่งพรรษา ทิ้งให้โยมแม่ซึ่งอยู่กระท่อมตีนดอยก็คิดถึงพระลูกชาย โดยแม่ก็ตามไปหาที่ป่าช้าข้างเนินดอย ก็มีชาวบ้านแถวนั้นอาสาสร้างตูบกระท่อมให้โยมแม่พักใกล้ ๆ ที่หลวงพ่อปฏิบัติ ธรรม โดยมแม่บัวจ้อนได้พำนักที่ข้างเนินดอยได้พักหนึ่ง ก็ล้มป่วยลงด้วยโรคไข้ป่า ชาวบ้านก็ไปตามหมอทหารมาฉีดยารักษาให้ แต่โยมแม่ท่านมีสติที่เข้มแข็ง และยังได้สั่งเสียเณรเวทย์ว่ามีเงินซาวเอ็ดบาท ให้เก็บไว้ถ้าโยมแม่ตายให้เณรไปบอกลุงมา เมื่อสั่งเสร็จโยมแม่ก็หลับตา เณรเวทย์ก็ไปบอกหลวงพ่อเกษม หลวงพ่อก็มา ท่านได้นั่งดูอาการของโยมแม่ท่านนั่งสวดมนต์ เป็นที่น่าแปลกใจขณะที่หลวงพ่อสวดมนต์ มีผึ้งบินมาวนเวียนตอมไปตอมมาสักครู่ใหญ่ ๆ โยมแม่ก็ถอดจิตอย่างสงบ นัยน์ตาหลวงพ่อเกษมมีน้ำตาค่อย ๆ ไหลขณะที่ท่านแผ่บุญกุศลให้กับโยมแม่ ท่านยังเอ่ยว่า “แหม เฮาว่า เฮาจะบ่ไห้(ร้องไห้) แล้วนา…”

        ศพของโยมแม่บัวจ้อน มีเณรเวทย์และชาวบ้านได้มาช่วยจัดการจนเสร็จพิธี ชาวบ้านช่วยเป็นเงินในสมัยนั้นได้ 700 บาท ถือว่ามาก ศพของโยมแม่บัวจ้อนเผาที่ป่าช้าแม่อาง หลังจากที่เสร็จพิธีงานศพโยมแม่จ้อนแล้ว หลวงพ่อก็สั่งเณรเวทย์ให้กลับไปเรียนธรรมที่วัดบุญยืน อยู่มาไม่นานหลวงพ่อก็จากป่าช้าแม่อางกลับมาบำเพ็ญภาวนาที่ป่าช้าศาลาวังทานอีก เพียงหนึ่งพรรษาท่านก็เดินทางไปอยู่ที่ป่าช้านาป้อ และกลับมาอยู่ประตูม้า ซึ่งก็คือ สุสานไตรลักษณ์ ในปัจจุบัน

        หลวงพ่อเกษม เขมโก ท่านได้ปฏิบัติธรรมจนเป็นพระที่ขาวสะอาด และเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วประเทศ ศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเป็นพระไม่ติดยึดใคร ต้องการอะไร ขออะไร ไม่เคยปฏิเสธ จนสังขารของท่านดูแล้วไม่แข็งแรง แต่จิตของหลวงพ่อแข็งแรง และท้ายที่สุด

        *** หลวงพ่อเกษม เขมโก ได้ละสังขาร ณ ห้องไอซียู โรงพยาบาลศูนย์ภาคเหนือ จังหวัดลำปาง เมื่อเวลา 19.40 น. ของวันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2539 ซึ่งตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2  ยังความอาลัยเศร้าโศกเสียใจมายังหมู่ศานุศิษย์ทั่วประเทศ…

ที่มา --- usagreencardthai.com

 

Tags : หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง

view

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

สินค้า

สินค้ามาใหม่
สินค้าขายดี
สินค้าโปรโมชั่น
 ชุด สมเด็จวัดระฆัง-บางขุนพรหม
 ชุด หลวงปู่ทวด
 ชุด หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
 ชุด หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ระยอง
 ชุด เครื่องราง-ของขลัง
 ชุด หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี
 ชุด ครูบากฤษณะ วัดป่ามหาวัน
 ชุด พ่อปู่ฤาษี ฤาษี พ่อแก่
 ชุด ท้าวเวสสุวรรณโณ
 ชุด พญาครุฑ
 ชุด มีดหมอ
 ชุด ตะกรุด
 ชุด กุมารทองเทพ
 ชุด พระพิฆเณศ
 ชุด ขุนแผน/ยอดขุนพล
 ชุด พระปิดตา
 ชุด พญานาค - เจ้าปู่ศรีสุทโธ
 ชุด พระกริ่ง
 ชุด ผ้ายันต์
 ชุด หนุมาน
 ชุด หน้าพรานบุญ
 ชุด เหรียญ
 ชุด พระเหรียญ ภาคเหนือ
 ชุด พระเหรียญ ภาคกลาง
 ชุด พระเหรียญ ภาคอีสาน
 ชุด พระเหรียญ ภาคใต้
 ชุด พระเหรียญ ภาคตะวันออก
 ชุด พระเหรียญ ภาคตะวันตก
 ชุด รูปหล่อ-ลอยองค์
 ชุด พระผง ดิน ว่าน
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคเหนือ
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคกลาง
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคอีสาน
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคใต้
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคตะวันออก
 ชุด พระผงดินว่าน ภาคตะวันตก
 ชุด ล็อคเก็ต/รูปถ่าย
 ชุด พระเนื้อชิน
 ชุด เนื้อแร่ธาตุกายสิทธิ์
 ชุด พระราหู
 ชุด พระบูชา
 ชุด รูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง
 ชุด เหรียญรัชกาล/เหรียญที่ระลึก
 ชุด สัตว์มงคลในตำนานจีน
 ชุด อาจารย์สายฆราวาส
 ชุด วัตถุมงคล เปิดจอง
 ชุด วัตถุมงคล ปิดจอง
 ชุด วัดถ้ำแฝด กาญจนบุรี
 ชมรมศิษย์เก่าช่างกลสยาม

จดหมายข่าว

อีเมล์

ปฎิทิน

« September 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

นาฬิกา

Alternative content

พระเครื่อง เอกเทพจำแลง สาย 4




โรงพิมพ์ ปราโมทย์

รับจำนอง-ขายฝาก

จิปาถะ

อาหารสุนัข

กล้องวงจรปิด

ศูนย์รวมกล้อง ดิจิตอล

อุปกรณ์ตกแต่งรถ

ผลิตภัณฑ์จากสแตนเลศ

ร้านเค้กกระทรวง

โฆษณาว่าง

โฆษณาว่าง

 หน้าแรก

 วัตถุมงคลของเรา

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รูป

 ประกาศซื้อขายฟรี

view